ผู้นำระดับสูงของจีน ได้เดินทางเยือนไทยอย่างสม่ำเสมอ โดย "เติ้ง เสี่ยวผิง" ผู้นำที่เคยได้ชื่อว่า ทรงอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่ง ได้มาเยือนไทยครั้งแรกในปี 2521 และนับจากนั้นมา ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจีน ก็มาเยือนไทยกันอย่างต่อเนื่อง
การทหาร มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือในหลายระดับ เช่น การหารือระหว่างผู้บัญชาการทหารบกของทั้งสองฝ่าย การประชุมคณะทำงานร่วมด้านการทหารระหว่างกองทัพอากาศ มีการฝึกร่วมระหว่างกองทัพไทยกับจีนในหลายรูปแบบ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถของทั้งสองกองทัพ
การแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการทหาร เพื่อการศึกษาและการฝึกอบรม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันประเทศ และส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
ด้านเศรษฐกิจ เมื่อจีนได้เริ่มดำเนินนโยบายเปิดประเทศ และปฏิรูปเศรษฐกิจ ภายใต้การนำของ "เติ้ง เสี่ยวผิง" เมื่อปี 2521 ทำให้ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศพัฒนา และขยายตัวอย่างรวดเร็ว มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไทยยังเป็นประเทศแรกๆ ที่เข้าไปลงทุนในจีน ตั้งแต่ปี 2522 จนถึงก่อนที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียเมื่อปี 2540 หรือ "วิกฤตต้มยำกุ้ง"
ขณะที่ตัวเลขอย่างเป็นทางการของจีน ระบุว่า ไทยยังคงมีการลงทุนในจีนนับพันโครงการ มีมูลค่าการลงทุนมหาศาล ส่วนจีนได้ลงทุนในไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และต่างก็เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวยอดนิยมของประชาชนของทั้งสองประเทศ
ด้านสังคมและวัฒนธรรม ความผูกพันยาวนานและวัฒนธรรมที่ใกล้ชิด ทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่ เพื่อเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง และแม้จีนจะปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนนับถือศาสนาพุทธมากถึงราว 100 ล้านคน ทำให้ยิ่งแน่นแฟ้นกับไทย ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ ซึ่งปัจจุบัน เยาวชนไทยได้หันมาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ