ขณะที่ประธานาธิบดีสี เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ Nhan Dan ของเวียดนามฉบับวันจันทร์ ก่อนการเดินทางเยือนเวียดนามด้วยว่า ในสงครามการค้าและสงครามภาษีศุลกากรจะไม่มีผู้ชนt และการปกป้องการค้าจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหา พร้อมกับย้ำความจำเป็นที่จีนและเวียดนามต้องร่วมมือกันปกป้องระบบการค้าพหุภาคี, รักษาเสถียรภาพของการผลิตและซัพพลายเชนของโลก และสร้างบรรยากาศความร่วมมือและการเปิดกว้างในเวทีระหว่างประเทศ
เวียดนามเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่เติบโตขึ้นอย่างมาก และมีการลงทุนจากจีนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีนี้ โดยผู้ผลิตย้ายซัพพลายเชนออกจากจีนไปเวียดนามเนื่องจากค่าจ้างแรงงานถูกกว่าและเพื่อเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ
มูลค่าการค้าของจีนกับเวียดนามเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วงปี 2560-2567 ทำให้เวียดนามเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเวียดนามเป็นผู้ซื้อสินค้าจีนรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยมียอดนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มขึ้นกว่า 30% เป็น 144,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2567
รัฐบาลเวียดนาม คาดหวังว่า ในระหว่างการเยือนของผู้นำจีนจะมีการลงนามข้อตกลงเกือบ 40 ฉบับครอบคลุมความร่วมมือหลากหลายด้าน ทั้ง การสร้างทางรถไฟ, กาค้าขายสินค้าเกษตร และเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว