และเมื่อวันพุธมีรายงานว่า ไบเดนอนุญาตให้ส่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลให้ยูเครนได้ครั้งแรก ก่อนที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า สหรัฐฯ อนุญาตให้ยูเครนใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพื่อชะลอการรุกคืบของกองกำลังรัสเซียในดินแดนยูเครน การตัดสินใจนี้เป็นการปรับนโยบายครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนก่อนไบเดนจะพ้นตำแหน่ง
นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังประกาศให้ความช่วยเหลือทางทหารอีก 275 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน ซึ่งรวมถึงเครื่องกระสุนสำหรับ ระบบยิงจรวดด้วยปืนใหญ่เคลื่อนที่คล่องตัวสูง HIMARS, กระสุนปืนใหญ่, ขีปนาวุธภาคพื้นสู่อากาศ Javelin และอาวุธเล็กและกระสุน
โฆษกทำเนียบเครมลิน แถลงเมื่อวันพุธโดยกล่าวหาว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงพยายามลากสงครามให้ยืดเยื้อต่อไปด้วยการเพิ่มอาวุธให้ยูเครนในช่วงไม่กี่สัปดาห์สุดท้ายก่อนพ้นวาระ และบอกด้วยว่า ชาติตะวันตกที่สนับสนุนยูเครน กำลังใช้ยูเครนเป็นเครื่องมือเพื่อทำสงครามกับรัสเซีย
และหัวหน้าหน่วยข่างกรองต่างประเทศของรัสเซีย เตือนว่า รัสเซียจะตอบโต้ชาติสมาชิกนาโตที่จัดหาขีปนาวุธพิสัยไกลให้ยูเครนโจมตีดินแดนรัสเซีย
ความวิตกว่ารัสเซียจะโจมตียูเครนเพื่อเป็นการตอบโต้ ทำให้สหรัฐฯ ประกาศเมื่อเช้าวันพุธว่า จะปิดสถานทูตในกรุงเคียฟชั่วคราว หลังจากนั้นแคนาดา กรีซ ฮังการี อิตาลี และสเปน ซึ่งล้วนเป็นสมาชิกนาโต ทยอยปิดสถานทูตด้วย แต่ในค่ำวันเดียวสถานทูตสหรัฐฯ แจ้งว่า จะเปิดตามปกติได้ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ส่วนสถานทูตฝรั่งเศสยังคงเปิดอยู่ แต่เตือนให้พลเมืองเฝ้าระวัง