การขาดแคลนหัวหอมในฟิลิปปินส์ ที่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ เรียกว่า "สถานการณ์ฉุกเฉิน" ทำให้ราคาหัวหอมพุ่งทะยานไม่หยุด บรรดาร้านอาหารพากันตัดหัวหอมที่ถือเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารหลายชนิดออกเพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์บริโภคหัวหอมเดือนละ 17,000 ตัน จึงนำไปสู่การลักลอบขนหัวหอมเข้าประเทศ โดยเมื่อต้นเดือนศุลกากรฟิลิปปินส์ยึดหัวหอมที่ลักลอบนำเข้าจากจีนคิดเป็นมูลค่า 153 ล้านเปโซ (กว่า 95 ล้านบาท)
มีบางคนเปรียบเทียบหัวหอมกับทองคำ ที่จัดเป็นสินค้า "luxury" ในฟิลิปปินส์ ก็เพราะมีภาพเจ้าสาวคนหนึ่งถือช่อหัวหอมเข้าพิธีแต่งงานในโบสถ์กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย ซึ่งทั้งคู่ได้กันเงินไว้ 15,000 เปโซ เพื่อเป็นค่าดอกไม้ แต่ตอนนั้นราคาหัวหอมพุ่งขึ้นไปกระสอบละ 8,000 เปโซ ทั้งคู่ก็เลยได้ไอเดียว่าแทนที่จะใช้ดอกไม้ที่มีแต่จะเหี่ยวเฉาและต้องโยนทิ้ง มาใช้หัวหอมที่เก็บได้นานและกำลังเป็นที่ต้องการจะดีกว่า สถานการณ์นี้สะท้อนภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในรอบ 14 ปี ตั้งแต่เดือนที่แล้ว เมื่อหัวหอมครองสัดส่วน 0.3% ของ consumer prices ที่เพิ่มขึ้น 8.1% ที่ส่งผลให้ประธานาธิบดีมาร์กอสต้องอนุมัติการนำเข้าหัวหอม (ทั้งหอมหัวใหญ่และหอมแดง) 21,060 ตัน และเที่ยวแรกเพิ่งจะเดินทางถึงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว