การเลือกตั้งคณะกรรมการ"สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย"ในคราวนี้ได้กลายมาเป็นที่สนใจในวงการท่องเที่ยว เพราะเท่ากับเป็นการเลือกอนาคตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยว่าจะมีทิศทางไปอย่างไร โดยจะเป็นการเลือกตั้งของสองมุมมอง และสองฉากทัศน์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่มีประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยท่านปัจจุบันแสดงความจำนงค์จะลงรับการเลือกตั้งอีกสมัย และมี"คุณภูมิกิตติ์ รักแต่งาม" อดีตนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต แสดงความจำนงค์เสนอตัวลงรับการเลือกตั้ง
นโยบายสำคัญของประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคนปัจจุบันได้เน้นย้ำคือ การผูกการท่องเที่ยวกับภาคการเกษตรและดิจิทัล โดยได้ร่วมมือด้านงบประมาณและวิชาการจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ในการเดินสายสนับสนุนกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนให้สามารถเชื่อมโยงการเกษตร ดิจิทัล และการท่องเที่ยวในเมืองต่าง ๆ เช่น อยุธยา เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช
โดยมีฐานคะแนนสำคัญจากสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทยที่รวบรวมสมาชิกจากสมาคมท่องเที่ยวจากจังหวัดต่าง ๆ และการเน้นให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่สมาชิกโดยเฉพาะสมาชิกรายย่อยจากกองทุนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพรรคสร้างอนาคตไทย ที่บุตรชายประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคร่วมกับสมาชิกคนสำคัญของพรรค
ส่วนนโยบายของผู้เสนอตัวอีกท่านคือ"คุณภูมิกิตติ์ รักแต่งาม" ที่ใช้ประสบการณ์จากการเป็นผู้ริเริ่ม Phuket Sandbox และภาพลักษณ์การเป็นตัวแทนประเทศไทยในการนำเสนอความพร้อมของ Phuket Expo 2028 ครั้งที่ 1 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รวมถึงให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์หกด้านผ่านการจัดกิจกรรมที่เรียกว่า Thailand Tourism Congress ที่จัดในเมืองท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ภูเก็ต เชียงราย ขอนแก่น อยุธยา และกำหนดปิดท้ายที่พัทลุง โดยเน้นยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวคือ การท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism), การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism For All), การท่องเที่ยวด้านสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism), การท่องเที่ยวโดยซอร์ฟพาวเวอร์, การท่องเที่ยวโดยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Tourism) และการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายด้านการท่องเที่ยว (Regulatory Guillotines) รวมถึงนโยบายปรับปรุงและยกเครื่องข้อบังคับของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้มีความสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปบนแคมเปญว่า "เชื่อมโยง สื่อสาร ประสาน สร้างสรรค์"
จะเห็นได้ว่า ผู้เสนอตัวเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน มีจุดนำเสนอและแนวนโยบายคนละมิติ และน่าจะเป็นการเลือกตั้งที่เข้มข้นครั้งหนึ่งของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่สมาชิกกว่า 160 ราย จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านการเลือกคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ตำแหน่งประธานประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก และเป็นความหวังสำคัญในพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ใครเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะได้รับสิทธิให้เป็นคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) รวมถึงคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมถึงคณะกรรมการอีกหลายชุดที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
จึงอาจจะกล่าวได้ว่า อนาคตของการท่องเที่ยวไทยจะถูกกำหนดด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการ และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้