การออกหุ้นกู้ SLB ของบริษัทฯ ครั้งนี้สอดรับกับกลยุทธ์ระยะยาวด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Strategy) ของบีทีเอส กรุ๊ปฯ โดยการคงสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และกำหนดให้เพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) อย่างน้อย 10% ของการดำเนินงาน
รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย อริยา ติรณะประกิจ ระบุ ภาพรวมตลาด ESG Bond ได้แก่ Green bond, Social bond, Sustainability bond และ Sustainability-Linked Bond ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 มีมูลค่าการออกรวมทั้งสิ้น 158,140 ล้านบาท แบ่งเป็นการออกโดยภาครัฐบาล 105,000 ล้านบาท หรือ 66% และภาคเอกชน 53,140 ล้านบาท หรือ 34% ส่งผลให้ ESG Bond มีมูลค่าคงค้างอยู่ที่ 449,636 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 50% จากสิ้นปี 2564 ที่มีมูลค่า 299,296 ล้านบาท
โดยแนวโน้มการเสนอขาย ESG Bond เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และกลยุทธ์ของการระดมทุนของทุกบริษัท โดยครึ่งปีแรกปี 2565 กลุ่มที่มีสัดส่วนการถือครอง ESG Bond มากที่สุด อันดับ 1 คือ กลุ่มบริษัทประกัน 25.56% อันดับ 2 คือ กลุ่มธนาคาร 20.16% อันดับ 3 คือ กองทุน กบข. 18.84% และอันดับ 4 กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ 17.89%