svasdssvasds
เนชั่นทีวี

เศรษฐกิจ

กสทช.แจงปมส่งกฤษฎีกาตีความดีล 'ทรู-ดีแทค'

30 สิงหาคม 2565

กสทช.แจงประเด็นขอนายกฯ ช่วยสั่งกฤษฎีกาตีความอำนาจพิจารณาดีลทรูควบดีแทค เพราะถือเป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือทางกฎหมาย จำเป็นต้องอาศัยคำชี้แนะเพื่อประกอบการพิจารณา

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการ (บอร์ด) สั่งให้สำนักงาน กสทช.ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ สทช 2402/23454 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 ขอหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นข้อกฎหมาย เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ กสทช. และสำนักงาน กสทช.ในกรณีเกี่ยวกับการรวมธุรกิจระหว่าง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และบมจ. โทเทิ่ล แอ็คเช็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เพื่อให้การพิจารณาและดำเนินการเกี่ยวกับการรวมธุรกิจ เป็นไปโดยรอบคอบ และถูกต้องตามกฎหมายต่อนายกรัฐมนตรี

จึงขอความอนุเคราะห์ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาให้ความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายต่อกรณีนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา กสทช. ซึ่งจากการทำเรื่องส่งไปในครั้งที่แล้ว ทางกฤษฎีกามีหลักเกณฑ์กลับมาว่า เรื่องอยู่ในศาล

"ครั้งนี้ กสทช.จึงทำเรื่องเข้าไปให้พิจารณาอีกครั้ง ผ่านทางนายกรัฐมนตรี ส่วนท่านจะสั่งการหรือยังไม่แน่ใจ ซึ่งคาดหวังอำนาจจากนายกรัฐมนตรี สั่งการให้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยตีความให้ ถ้าท่านอนุเคราะห์ให้เราในการตีความ ก็จะขอบคุณมาก เราเป็นองค์กรอิสระก็จริง แต่ก็อยากฟังความเห็นของหลายๆ ฝ่าย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากท่านฯ ตีตกกลับมา ก็ไม่ได้กระทบกับเงื่อนเวลาในการพิจารณาของบอร์ดแน่นอน”

ดีลใหญ่อาจส่งผลกระทบวงกว้าง

ทั้งนี้ ในหนังสือฉบับดังกล่าว ที่ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยตีความอำนาจนั้น กสทช.อ้างว่า มีความจำเป็นที่จะต้องหารือต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา ในประเด็นข้อกฎหมาย ที่มีความสำคัญและส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อก่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขัน และการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างยั่งยืน เนื่องจากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ

ประกอบกับการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทคเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการโทรคมนาคมของประเทศ และการรวมธุรกิจดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ผู้บริโภค รวมไปถึงธุรกิจอื่น ๆ อีกหลายภาคส่วน ประกอบกับเป็นกรณีที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

เมื่อกรณีเกิดปัญหาในการแปลความและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องนำผลการพิจารณาและความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายจากคณะกรรมการกฤษฎีกามาประกอบการพิจารณาโดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินการทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการรวมธุรกิจให้เป็นไปโดยรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมาย

และสอดรับกับระยะเวลาเร่งรัดที่ กสทช. ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาอันสมควร ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539