นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันปราบปรามทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี ในนามรัฐบาลขอแสดงความชื่นชมต่อหน่วยงานทั้งหลาย อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่บูรณาการร่วมกัน ทำให้เกิดผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสกัดกั้นไม่ให้ใครมาเอาเปรียบประชาชนคนไทยได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การตรวจสอบจะต้องไม่หยุดแค่ตรวจชื่อผู้ถือครองบนหลังโฉนดหรือชื่อผู้ถือหุ้นในใบหุ้นเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบให้ถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมผลประโยชน์ที่แท้จริง ตลอดจนตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดและขยายผลถึงเครือข่ายได้อย่างตรงจุดครบถ้วนตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่าประเทศไทยยังยินดีต้อนรับและสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศที่มาด้วยความสุจริตโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายไทย และเคารพสิทธิประชาชนคนไทย รวมถึงการถือครองสิทธิในที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การดำเนินงานครั้งนี้ต้องตั้งอยู่บนหลักสำคัญคือ จริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งความสำเร็จจะไม่วัดเฉพาะที่ตรวจพบเท่านั้น แต่จะวัดจากการได้ข้อยุติและการใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างแท้จริง
ภารกิจนี้ไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องบูรณาการความร่วมมือ ซึ่งเมื่อตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะภายในกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และความร่วมมือนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบทุจริตในท้องถิ่นที่ได้จากการร่วมมือนี้ จนสามารถดำเนินการกับผู้ที่กระทำการไม่สุจริตได้อย่างรวดเร็ว
สั่งขับเคลื่อน 3 มาตรการเข้ม - ขีดเส้นสอบกลุ่มเสี่ยงจบภายใน ธ.ค. 69 ขู่เพิกถอนสิทธิ-เนรเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของกรมที่ดินต้องดูเรื่องการถือครองและการจำหน่ายที่ดิน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน โดยการขับเคลื่อนตั้งแต่วันนี้ รัฐบาลขอให้ดำเนินการ 3 ประการ คือ
ให้เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้ได้ข้อยุติเป็นรายกรณี กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดจะจัดลำดับความสำคัญในการตรวจสอบ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอนดำเนินงาน และกรอบเวลาให้ชัดเจน หากพบความเชื่อมโยงเครือข่ายจะต้องส่งต่อหรือขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่มีอำนาจโดยไม่ชักช้า ซึ่งการตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงขอให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
หากขยายผลได้เรื่อยๆ จะทำให้สามารถเพิกถอนสิทธิต่างๆ ของผู้กระทำผิดกฎหมายต่างชาติที่เข้ามาใช้ประโยชน์เอาเปรียบคนไทย ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการเนรเทศผู้กระทำผิดหรือผู้ไม่พึงประสงค์ให้อยู่ในประเทศ โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิกถอนสัญชาติสำหรับคนต่างชาติที่เข้ามามีพฤติกรรมไม่เคารพคนไทย ไม่เคารพกฎหมายไทย
การดำเนินการบังคับจำหน่ายที่ดิน และติดตามให้เกิดผลจริง ในการตรวจสอบ หากพบว่ามีการถือครองที่ดินโดยมิชอบ เมื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ต้องตรวจสอบการปราบปรามพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เปลี่ยนนอมินีจากรายหนึ่งสู่รายหนึ่ง ทำให้ปัญหาวนเวียนอยู่เช่นนี้
การปิดช่อง ปิดโอกาส และสร้างระบบการป้องกันระยะยาว ทุกหน่วยงานจะนำข้อค้นพบจากการปฏิบัติการครั้งนี้มาปรับปรุงระบบเฝ้าระวัง ทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การถือครองที่ดินแทนของคนต่างด้าว พร้อมเปิดช่องทางรับเบาะแสที่เข้าถึงได้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้องและไม่กระทบต่อรูปคดี
ดันแนวทาง "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" แก้โรคความจำเสื่อมพวกชอบถาม "รู้ไหมว่าผมเป็นใคร"
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ได้นำข้อสั่งการนี้ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่โดยทันที โดยย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการอย่างจริงจังบนหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม และยึดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตและเคารพกฎหมาย โดยใช้แนวทาง "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลได้ยึดถือและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้
"คนที่เข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็น somebody ไม่ใช่คนทั่วไป มีอิทธิพลบ้าง แต่ไม่มีอิทธิพลใดที่จะเหนือกว่าอิทธิพลของรัฐบาล อิทธิพลของเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทย ซึ่งเราดำเนินการภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องไปกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม รัฐบาลนี้มีความชัดเจน ซึ่งแนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรมเป็นการลดโรคความจำเสื่อม ไม่ต้องมาถามว่า 'รู้ไหมผมเป็นใคร' ถ้าทำผิดกฎหมาย เปิดชื่อมาว่าเป็นใครรัฐบาลก็ดำเนินการ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่งผู้บริหารหน่วยงานตอบสนองเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และได้แก้ไขปัญหาโรคความจำเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ทุกท่านทราบดีว่ารัฐบาลอยู่กับพวกท่านตลอดเวลา ทำให้ดำเนินการยึดทรัพย์ ดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เรื่องยาเสพติด ทุนเทา นอมินี สแกมเมอร์ หรือเรื่องทุจริตต่างๆ เกิดขึ้น" นายอนุทิน กล่าว
ยันพร้อมปกป้องเจ้าหน้าที่ปราบทุนเทา บังคับขายที่ดินดึงเงินหมุนเวียนเข้ารัฐหมื่นกว่าล้าน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า บางคนถามว่าเป็นนายกฯ ทำไมต้องมารู้เรื่องนี้เยอะแยะ ทำไมต้องลงไปในพื้นที่ด้วยกัน ตนไม่ได้เป็นนายกฯ อย่างเดียว แต่เป็น มท.1 ด้วย บางครั้งต้องลงไปทำงานแบบ "ศีรษะชนศีรษะ" กับทุกท่าน เพื่อคลายกังวลให้กับประชาชนได้เร็วที่สุด และผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำด้วยกัน ทั้งปราบยาเสพติด บ่อนการพนัน สถานบันเทิงผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ สิ่งเหล่านี้ยังต้องเข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับคนที่ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง
"ขอให้มั่นใจว่า สิ่งที่ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับการปกป้องรักษาอย่างเต็มที่จากรัฐบาล ไม่มีใครจะมาทำให้ท่านได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ได้ดำเนินการ ซึ่งตนขอให้คำยืนยันว่าท่านจะมีความปลอดภัยจากการดำเนินการทุกสิ่ง ตรงกันข้ามถ้าใครมาทำให้ท่านเดือดร้อน คนนั้นจะเดือดร้อนแทน ซึ่งถ้าเร่งบังคับขายที่ดินได้ ก็จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาหลักหมื่นกว่าล้านบาท ทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความเป็นธรรมให้กับคนไทย ถือเป็นเป้าหมายของรัฐบาล" นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย