เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย"

18 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย"

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย" จี้ออก พ.ร.ก.สันติภาพ คุยภายในประเทศ

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย" จี้ออก พ.ร.ก.สันติภาพ คุยภายในประเทศ

KEY

POINTS

  • จี้แก้ปัญหาคุยสันติภาพ 10 ปีไม่คืบ: ชี้มีแต่ "คนถือปืนคุยกัน" ต้องดึงประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพ
  • ชงออก "พ.ร.ก.สันติภาพ": สร้างโครงสร้างถาวรเปิดพื้นที่พูดคุย พร้อมปรับทิศทาง ศอ.บต.-กอ.รมน.
  • ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้: ซัด 20 ปีเศรษฐกิจถดถอย รายได้ท้องถิ่นไม่ถึง 3% จนกลายเป็นเมืองรอสงเคราะห์

18 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมซีเอส อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยแกนนำและคณะทำงานพรรคประชาชาติ ได้ร่วมพบปะหารือกับตัวแทนหลายภาคส่วนในพื้นที่ อาทิ กลุ่มนักธุรกิจ ผู้ประกอบการประมง จังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลา รวมถึงเครือข่ายกลุ่มต้มยำไทย-มาเลย์ เพื่อระดมความคิดเห็นและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาตลอดจนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 

ชี้ 10 ปีคุยไม่คืบเพราะ "คนถือปืนคุยกัน" ชงออก "พ.ร.ก.สันติภาพ" ดึงประชาชนร่วม

 

 

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย"

 

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย"

 

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย"

 

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย"

"ทวี" ลุยปัตตานี ถก "เอกชน-ประมง-เครือข่ายต้มยำกุ้ง" ผ่าโครงสร้างดับไฟใต้-ฟื้นเศรษฐกิจถดถอย" จี้ออก พ.ร.ก.สันติภาพ คุยภายในประเทศ

พ.ต.อ.ทวี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การแต่งตั้งผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลมาเลเซีย แต่มีข้อสังเกตสำคัญคือ กระบวนการพูดคุยริเริ่มอย่างเปิดเผยมาตั้งแต่ปี 2556 และก่อนหน้านั้นก็อาจมีการพูดคุยอย่างไม่เปิดเผย สิ่งที่เห็นมาตลอดคือ ฝ่ายผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซียและคณะพูดคุยฝ่ายไทยมีการเปลี่ยนตัวบุคคลอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ “สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ขณะที่ฝ่ายผู้เห็นต่างที่มาร่วมโต๊ะก็ยังคงเป็นกลุ่มเดิม จึงถึงเวลาแล้วที่กระบวนการสันติภาพต้องทำเป็นโครงสร้างที่ถาวร ไม่ใช่ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือความต้องการว่าอยากจะเอาใครมาทำหน้าที่

หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลควรกลับมาทบทวนเชิงโครงสร้างและกรอบกฎหมายอย่างจริงจัง หากฝ่ายความมั่นคงสามารถออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ รัฐบาลก็ควรพิจารณาออก “พ.ร.ก.สันติภาพ” ขึ้นมาเช่นกัน เพื่อเปิดพื้นที่และสร้างกลไกการพูดคุยที่มีการปรึกษาหารือกับภาคประชาชนอย่างแท้จริง เพราะวันนี้เป็นการที่คนถือปืนกับคนถือปืนมาคุยกัน จะไม่ถามประชาชนไม่ได้ ทุกคนต้องได้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

 

จี้ปรับทิศ ศอ.บต.-กอ.รมน. ทุบปัญหา IO สื่อสารสร้างความเกลียดชัง

 

พ.ต.อ.ทวี ระบุอีกว่า ควรมีการแก้ไขกฎหมาย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อปรับทิศทางการพัฒนา เพราะนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ยิ่งพัฒนาความเหลื่อมล้ำยิ่งสูงขึ้น ความยากจนยิ่งขยายตัว แม้จะมีงานฟื้นฟูเยียวยา แต่บางช่วงกลับเอา ศอ.บต. ไปอยู่ใต้โครงสร้าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ขณะที่ กอ.รมน. ก็ควรทำงานมวลชนมากกว่าทำหน้าที่คล้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) จนกลายเป็นช่องว่างให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด นอกจากนี้ ปัญหาความไม่เชื่อมั่นและความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนยังคงดำรงอยู่ โดยเฉพาะปฏิบัติการข่าวสารหรือ “ไอโอ (IO)” ที่สร้างความเกลียดชังในสังคม ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เรื่องนี้ควรถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในวาระหลักบนโต๊ะพูดคุยสันติภาพ

 

อัดเศรษฐกิจ 20 ปีถดถอย กลายเป็น "เมืองรอสงเคราะห์" ย้ำไทยต้องพึ่งตัวเอง

 

ในมิติด้านเศรษฐกิจ พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมา ภาคการประมงในพื้นที่เคยรุ่งเรืองมาก แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถดถอยหนัก องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจัดเก็บรายได้เองได้ไม่ถึงร้อยละ 3 ส่วนอีกร้อยละ 97 ต้องพึ่งพางบประมาณอุดหนุนจากส่วนกลางทั้งหมด ทำให้พื้นที่ตกอยู่ในสถานะ "เมืองที่ต้องรอรับการสงเคราะห์" ดังนั้น ถึงเวลายกระดับมิติเศรษฐกิจปากท้องและความอยู่รอดของประชาชนให้เป็นโจทย์สำคัญของความมั่นคง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทของผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ของมาเลเซียที่อาจเป็นอดีตนายทหาร พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่เคยร่วมงานด้วย แต่ทราบว่ามีความมุ่งมั่น แม้ฝ่ายผู้เห็นต่างอาจเคยอยากได้คนที่เป็นพลเรือนมากกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นทหารหรืออาชีพใด สิ่งสำคัญคือความเข้าใจในบริบทปัญหา และต้องวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ไม่เอนเอียงจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความคลางแคลงใจ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการสร้างสันติภาพที่แท้จริง พร้อมทิ้งท้ายว่า ท้ายที่สุดแล้วไทยต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก และระหว่างนี้ควรเตรียมการให้พร้อมเพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุยกันภายในประเทศของเราเอง
 

ข่าวล่าสุด