นายนิรัตน์ กล่าวว่า ถ้าเราตั้งใจทำงานให้ประชาชนร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความมีอัธยาศัยไมตรีที่ดี มีปิยะวาจา และเป็นกัลยาณมิตรกัน คอยช่วยเหลือแนะนำกัน ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีอะไรต้องอาย แต่ถ้าวันนี้เราทำงานไปพร้อมกับสร้างศัตรูไป คอยติคนโน้นคนนี้อยู่เรื่อย แบบนั้นตนไม่ทำ และไม่กล้าทำอย่างนั้น
"ผมรู้ว่าในสังคมมีผู้รู้จำนวนมาก การแนะนำงานหรือการสอนงานเกิดขึ้นได้เสมอ แต่จะมีศิลปะอย่างไรให้เพื่อนร่วมงานฟังหรือนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด และที่สำคัญกว่าคือการลงมือทำ การที่ผมจะไปไล่ติใคร ผมขอเลือกที่จะลงมือทำด้วยตัวเองดีกว่า" นายนิรัตน์ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่อดีตผู้ใหญ่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คนในกระทรวงมหาดไทยควรรับฟังมากกว่าออกมาตอบโต้กันไปมาหรือไม่ นายนิรัตน์ ย้ำชัดเจนว่า ตนจะรับฟังเฉพาะคำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์เท่านั้น ส่วนอะไรที่เป็นการสร้างความขัดแย้ง ตนไม่ค่อยให้ราคาและเลือกที่จะไม่ฟัง
ย้ำวัฒนธรรม มท. บรรพบุรุษสอนให้ช่วยกันสนับสนุน ไม่ใช่ติหรือด่าใคร
เมื่อถามต่อว่า การที่ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาพูดลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการให้ร้ายผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า คนกระทรวงมหาดไทยทำงานดูแลพื้นที่ทั่วประเทศในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวง อธิบดี ข้าราชการทุกกรม ไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ทุกคนทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย สิ่งที่เรามีให้กันคือการให้กำลังใจและสนับสนุนว่าพื้นที่ขาดเหลืออะไร เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือ นั่นคือสิ่งที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่และรุ่นบรรพบุรุษสั่งสอนมา พวกท่านไม่ได้สอนให้ไปติหรือด่าใคร ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่สิ่งน่าชื่นชม
ปัดกระทรวงแบ่งก๊วน ชี้เป็นเรื่องของตัวบุคคล
ส่วนคำถามที่ว่า การที่ระดับผู้ใหญ่ออกมาแสดงความเห็นเช่นนี้ สะท้อนว่าภายในกระทรวงมหาดไทยมีความขัดแย้งหรือการแบ่งก๊วนกันหรือไม่ นายนิรัตน์ มองว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคลมากกว่า พร้อมระบุว่า กระทรวงมหาดไทยมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงาม มีเรื่องของพี่สอนน้อง การตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างความทุกข์ให้กับใครทั้งสิ้น