นายพลพีร์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อ 3 วันที่แล้ว ก็พบความผิดปกติจริง โดยเมื่อวานนี้ตนได้ประสานไปยัง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งนายวราวุธได้กำชับรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งปิดโรงงานทันที
ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย มีข้อมูลเพิ่มเติมที่พบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มทุนต่างชาติกับคนไทย ซึ่งจากการพิสูจน์เบื้องต้นน่าจะเป็น "นอมินี" โดยพบคนไทยที่มี 2 นามสกุลเดียวกันถือหุ้นไขว้กันอยู่ใน 2 บริษัท และพบความผิดปกติทางบัญชีอย่างมาก คือ บริษัทแรกเคยจดทะเบียนเพียง 5 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100 ล้านบาท ส่วนอีกบริษัทหนึ่งมีการจดทะเบียนถึง 300 ล้านบาท และมีมูลค่าทรัพย์สินประมาณกว่า 570 ล้านบาท ที่น่าสังเกตคือ ทั้งสองบริษัทใช้บริษัทบัญชีและผู้ตรวจบัญชีเป็นคนเดียวกัน ดังนั้น ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและการถือครองที่ดินว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบการกระทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการบังคับจำหน่ายต่อไป
สั่งย้ายขยะพิษพ้นพื้นที่ พร้อมลุยดำเนินคดีอาญา-แพ่ง
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทยจะทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการขนย้ายขยะที่มีสารพิษเจือปนออกนอกพื้นที่ เพื่อสร้างความสบายใจให้กับพี่น้องประชาชน และสิ่งหนึ่งที่ตนได้กำชับรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีคือ แม้บริษัทจะเสนอจ่ายค่าเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่ตนมองว่ายังไม่เพียงพอ เพราะจะต้องมีมาตรการลงโทษทางกฎหมาย ต้องพิจารณาว่ามีคดีอาญาหรือคดีแพ่งเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีกับโรงงานที่ปล่อยให้สารพิษรั่วไหลอย่างถึงที่สุด
สงสัยช่องโหว่นำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ เร่งสอบสรรพากร-ศุลกากร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงต้นตอของสารพิษที่รั่วไหลว่าอาจมาจากช่องโหว่บริเวณท่าเรือและกรมสรรพากรหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า อาจมีการสำแดงรายการ (Declare) สินค้าที่ไม่ถูกต้อง หลังจากนี้ต้องตรวจสอบกับกระทรวงการคลังถึงขั้นตอนการสำแดงรายการนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว รวมถึงวิธีการตรวจตู้สินค้า โดยไม่อยากให้เป็นเพียงแค่การชั่งน้ำหนักสินค้าเท่านั้น แต่เมื่อมีเอกสารหลักฐานมาก็ควรต้องเปิดตรวจดูสิ่งของภายในตู้ด้วย
"วันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะขยะทั้งหมดผมเชื่อว่าเกือบ 100% ที่นำมาฝังในพื้นที่ปราจีนบุรีน่าจะเป็นขยะที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบต่อไป แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เราไม่ได้นิ่งนอนใจและดำเนินการเต็มที่ พอได้รับแจ้งเรื่องจากรองผู้ว่าราชการจังหวัด เราใช้เวลาเพียงวันเดียวในการหาข้อมูล จึงเชื่อว่าหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องขยะและสารปนเปื้อนในปราจีนบุรี ก็จะสามารถทำงานได้รวดเร็วเท่ากับมหาดไทยเช่นกัน" นายพลพีร์ กล่าว
เตือนประชาชนระวังบริโภคอาหาร ยันน้ำท่วมไม่กระทบแปลงผักมาก
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจพาสารพิษแพร่กระจายไปตามลำน้ำจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น นายพลพีร์ กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อประชาชนที่ประกอบอาชีพประมง เช่น ผู้เลี้ยงกุ้งและเลี้ยงปลา จะมาอ้างเพียงว่าเป็นภาวะน้ำเน่าเสียคงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีสารเคมีลอยอยู่บนผิวน้ำ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องร่วมกันพิจารณาบทลงโทษทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และการเรียกค่าเสียหายต่างๆ สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ นายพลพีร์ ระบุว่า หากพบปลาตายในแม่น้ำ สุกรตาย หรือไก่ตายในพื้นที่ ไม่แนะนำให้นำมารับประทานโดยเด็ดขาด โดยซากสัตว์จะต้องนำไปฝังกลบตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ ส่วนพื้นที่เพาะปลูกหรือแปลงผัก คาดว่าได้รับผลกระทบน้อยเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำท่วมไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอเตือนประชาชนในการเลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบในตลาด ให้ตรวจสอบคุณภาพอย่างระมัดระวัง
ไม่เว้น "นามสกุลดัง" ปัดพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้อง
นายพลพีร์ ย้ำว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาบทลงโทษและจะสาวให้ถึงต้นตอของปัญหา สำหรับนามสกุลที่ตรวจพบในทั้งสองบริษัท ยอมรับว่าเป็นนามสกุลดังในจังหวัดปราจีนบุรี แต่ยืนยันว่าตนจะไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายชัดเจนว่าให้ดูที่พฤติกรรมเป็นหลัก
ส่วนการวางกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบ นายพลพีร์ กล่าวว่า เมื่อ 2 วันก่อนตนได้ให้เวลาเจ้าหน้าที่ 7 วัน แต่ทางทีมงานสามารถรายงานกลับมาได้ภายใน 2 วัน ทำให้คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีข้อมูลเพียงพอในการสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับนอมินีและรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ผิดกฎหมาย เพื่อนำไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า นามสกุลดังในปราจีนบุรีที่ตรวจพบ เป็นนักการเมืองระดับชาติหรือนักการเมืองท้องถิ่น นายพลพีร์ กล่าวว่า ขอให้อยู่ในสำนวนการสอบสวนก่อน แต่เบื้องต้นพบว่าถือหุ้นอยู่ทั้งสองบริษัท ซึ่งตนได้หารือกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา แล้ว ได้รับคำยืนยันว่า "ผิดก็คือผิด" และนายกรัฐมนตรีก็นิยามชัดเจนว่าให้ตัดเรื่องชื่อออกไปแล้วดูที่พฤติกรรม
เมื่อถามย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่นักการเมืองในพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายพลพีร์ ยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่มีครับ ภูมิใจไทยไม่มีครับ สะอาดเหมือนเสื้อขาวผมนี่แหละ”
นายพลพีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากพบว่ามีคนในพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนสิ่งผิดปกติอย่างมากคือทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด จาก 5 ล้านบาทเป็น 100 ล้านบาท และจาก 10 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท แสดงถึงเจตนาที่ต้องการทำธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งสินค้าที่นำเข้ามาก็อาจจะมีปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมการปกครองไปสืบสวนเพิ่มเติมแล้ว ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มีการประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ส่วนกระทรวงการคลังจะเร่งประสานเพื่อตรวจสอบเรื่องการเสียภาษี การนำเข้า และใบอนุญาตต่าง ๆ ต่อไป