นายพนัส ยังกล่าวด้วยว่า ทุกคนเวลาไปลงคะแนนก็มั่นใจว่าทีมเรามาแน่ แต่จะมามากมาน้อยไม่เป็นไร แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาตั้ง 40-50 ครั้งแล้ว มีทั้งแพ้มีทั้งชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เจ็บใจอย่างเดียวคือเราไม่ได้สู้กับลูกจ้าง แต่ตอนนี้เรากำลังสู้กับพรรคการเมือง นี่คือความแสบ แล้วพรรคการเมืองอื่นก็จะมองเป็นตัวอย่างว่าสามารถนำตรงนี้มาเป็นเครื่องมือได้ วันไหนที่พรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมด้วย ถามว่าประกันสังคมจะพังหรือไม่ ถ้าพรรคเพื่อไทยก็มา พรรคภูมิใจไทยก็มา บอกให้อบจ. ส่งลูกน้องมาลงหมด แบบนี้ไม่ชิบหายไปทั้งประเทศหรือ เท่ากับว่าเขาทำได้คนเดียวหรือคนอื่นทำไม่ได้หรือ ดังนั้นตนอยากให้เป็นผู้แทนฝั่งนายจ้างจริงๆ
เมื่อถามว่า มีอะไรจะฝากถึงผู้ประกันตนหรือนายจ้างที่กำลังจะออกมาใช้สิทธิ์ก่อนปิดหีบในวันนี้หรือไม่ นายพนัสกล่าวว่า นายจ้างเราคุยกันหลายครั้งหลายรอบแล้ว บอกว่าเรื่องนี้ยอมไม่ได้เพราะเป็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นนายจ้าง แล้วคนที่มาพูดว่าจะพบนายจ้างก็มี ทั้งๆ ที่ตัวเขาเป็นลูกจ้าง ซึ่งออกมาพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ดังนั้นตนยืนยันว่าอยากให้นายจ้าง-ลูกจ้างยึด 3 ขาเหมือนเดิม ซึ่งมีการยึดโยงกันอยู่ จะทำอะไรก็ต้องมีการหารือและยินยอมพร้อมใจกัน แต่ถ้าเอามาผูกรวมกันเอาไว้แบบนี้ มันจะเป็นอย่างไร เพราะจริงๆ ประกันสังคมทำอะไรไม่ได้เพราะติดมาตรา 9 ดังนั้นที่เข้าไปจะไปทำอย่างเดียวคือดูเรื่องเงิน เรื่องสิทธิประโยชน์รักษาพยาบาล ซึ่งบางกลุ่มมีการพูดถึงหรือไม่
"ดังนั้นอยากฝากถึงลูกจ้างตัวจริงว่าขอให้รักกันไว้ มีแต่ลูกจ้างตัวจริงเท่านั้นที่สามารถรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานของเราเอาไว้ได้ ประกันสังคมเป็นเพียงการบรรเทาทุกข์ แต่อย่าให้มีการเอาเงินประกันสังคมที่เราต้องเสียเงินเข้าไปตลอดไปอยู่ในมือของพรรคการเมือง อยู่ในมือหัวหน้าพรรคการเมืองบางคน ที่พยายามจ้องจะเขมือบกองทุนแสนล้านนี้ ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่เคยมี แต่มันมีมาแล้ว เสนอแนวนโยบายอะไรก็ตามแต่ จะเอาเงินประกันสังคมไปรวมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองเราก็ค้านเต็มที่" นายพนัสกล่าว