เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กราญ-บิ๊กนพ" ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ยึดบ้านหรู-ที่ดิน 6 พันล้าน

10 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

"บิ๊กราญ-บิ๊กนพ" ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ยึดบ้านหรู-ที่ดิน 6 พันล้าน

“บิ๊กราญ-บิ๊กนพ” เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ค้น 4 หมู่บ้านหรูกลางกรุง ยึดบ้าน-ที่ดิน 94 หลัง มูลค่ากว่า 6 พันล้าน รวบ "นายเชา" หนีหมายจับจีน 8 ปี คดีฆาตกรรม ก่อนซื้อพาสปอร์ตกัมพูชา บินหอบเงินสด 43 ล้าน ซื้อบ้านหรูไทย

“บิ๊กราญ-บิ๊กนพ” เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ค้น 4 หมู่บ้านหรูกลางกรุง ยึดบ้าน-ที่ดิน 94 หลัง มูลค่ากว่า 6 พันล้าน รวบ "นายเชา" หนีหมายจับจีน 8 ปี คดีฆาตกรรม ก่อนซื้อพาสปอร์ตกัมพูชา บินหอบเงินสด 43 ล้าน ซื้อบ้านหรูไทย

KEY

POINTS

  • ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ยึด 6 พันล้าน: บุกค้น 4 หมู่บ้านหรู ยึดบ้านพร้อมที่ดิน 94 หลัง 95 บริษัทนอมินี
  • รวบ "นายเชา" ฆาตกรหนีหมายจับจีน: สวมพาสปอร์ตกัมพูชาเข้าไทย หอบเงินสด 43 ล้านซื้อบ้านหรู ย่านกรุงเทพกรีฑา
  • ขู่ฟันลอว์เฟิร์มเตือนอย่าลองดี: ผบ.ตร. สั่งขยายผลจับสำนักงานกฎหมายจัดตั้งนอมินีสวมสิทธิ์แทนต่างชาติ

10 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ธีระ ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่าง ๆ กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟสที่ 8” ใน 4 โครงการบ้านหรู โดยเข้าค้น 17 จุด ในพื้นที่ บก.น.4 กรุงเทพมหานคร หลังพบเครือข่ายต่างชาติ ใช้บริษัทถือครองบ้านและที่ดินมูลค่า 6,000 ล้านบาท

 

โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่เข้าตรวจค้นจับกุมในวันนี้ คือหมู่บ้านหรูในย่านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งพบว่าเป็นบ้านของ นายเชา ชายสัญชาติจีน โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า นายเชา สร้าง 2 ตัวตน เพื่อหลบหนีหมายจับจากทางการจีน ในคดีฆาตกรรมที่มีมูลเหตุมาจากพนันออนไลน์

 

ทั้งนี้ นายเชา ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน และกัมพูชา และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 เหตุเกิดที่เมืองอูหลานฮ่าวเท่อ จัตุรัสเฉิงเฉิง มีผู้เสียชีวิต 3 คน และจากการตรวจสอบ นายเชา เป็นหุ้นส่วนบริษัทซึ่งมีการถือครองบ้านพร้อมที่ดิน ในโครงการบ้านหรูย่าน พระรามเก้า-ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านหรู มีราคาขายตั้งแต่ 50-69 ล้านบาท โดยใช้บริษัทนอมินีซื้อบ้านเมื่อปี 2565

 

ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบข้อมูลอีกว่า มีข้อมูลบ้านที่ใช้ทำสแกมเมอร์อยู่ในเมืองชเวก๊กโก เมียวดี ประเทศเมียนมาร์ และสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยเอาไว้ใช้หลอกคนจีน

"บิ๊กราญ-บิ๊กนพ" ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ยึดบ้านหรู-ที่ดิน 6 พันล้าน

โดยช่วงหนึ่ง พล.ต.อ.สำราญ และ พล.ต.ท.นพศิลป์ ได้ซักถามนายเชา ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ผ่านล่าม โดยนายเชา อ้างว่า คดีที่ก่อเหตุในประเทศจีนเป็นคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ และหลบหนีคดีมาประมาณ 8-9 ปี ตั้งแต่ปี 2018 เหตุผลที่หลบหนี เพราะทางการจีนต้องการจะจับกุมตัว โดยหลบหนีไปอยู่ประเทศกัมพูชา เพราะพาสปอร์ตมีหมายจับของทางการจีนไม่สามารถหลบหนีไปประเทศอื่นได้ จึงไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นก็หาคอนเนคชั่น เพื่อติดต่อซื้อหนังสือเดินทางของประเทศกัมพูชา เพื่อเดินทางไปที่ประเทศอื่น โดยไปซื้อที่สถานีตำรวจในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ราคาประมาณ 80,000 ดอลลาร์ฯ หรือประมาณกว่า 2 ล้านบาท หลังจากได้หนังสือเดินทางของกัมพูชาก็บินไปที่ประเทศศรีลังกา

 

และนายเชา อ้างว่า ไม่สะดวกตอบเรื่องของการมีออฟฟิศทำสแกมเมอร์อยู่ที่เมียวดีหรือไม่

 

ส่วนการเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไรนั้น นายเชา อ้างว่า หลังจากหลบหนีไปอยู่ศรีลังกา เกิดช่วงโควิดระบาด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการอะไรต่อได้ เลยบินเข้ามาที่ประเทศไทย โดยใช้พาสปอร์ตกัมพูชา และเข้าออกประเทศไทยหลายสิบครั้ง

 

ส่วนการซื้อบ้านในประเทศไทย นายเชา อ้างว่า เมื่อปี 2565 ตนเองได้ซื้อบ้านหลังนี้ผ่านเอเย่นต์จากทางโครงการแนะนำ หลังจากนั้นก็ได้หาบริษัทเพื่อปรึกษาในการหาวิธีการเพื่อซื้อบ้าน มูลค่า 43 ล้านบาท และซื้อเป็นเงินสด โดยไม่รู้ว่ามีคนไทยที่เป็นหุ้นส่วน เพราะซื้อตามคำแนะนำของบริษัทกฎหมายที่แนะนำให้ดำเนินการ

"บิ๊กราญ-บิ๊กนพ" ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ยึดบ้านหรู-ที่ดิน 6 พันล้าน

ภายหลังซักถามปากคำ และเข้าจับกุมตรวจค้น พล.ต.อ.สำราญ ได้นำทีมแถลงข่าว ระบุว่า ในการจับกุมครั้งนี้ ได้มีการดำเนินการตรวจสอบ พบหมู่บ้านหรู 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ บางนา-สวนหลวง , บางนา-วงแหวน , พระราม 9-ศรีนครินทร์ และกรุงเทพกรีฑา  และพบบ้านพร้อมที่ดิน 94 หลัง กว่า 33 ไร่ 95 บริษัท ซึ่งถือครองโดยนอมินีคนไทย และพบผู้ต้องหาจำนวน 96 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องดำเนินทั้งหมด โดยจะต้องมีการประสาน ปปง. เข้ามาร่วมปฏิบัติการ เนื่องจากพบมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง บ้านพร้อมที่ดิน กว่า 6,000 ล้านบาท

 

และจากการสอบปากคำนายเชา ผู้ต้องหา เข้าเมืองไทยครั้งแรกปี 2560 ตอนนั้นยังไม่มีหมายแดง และก่อคดีฆาตกรรมที่ประเทศจีน มีผู้เสียชีวิต 3 คน และรับสารภาพว่าเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ เมื่อก่อคดีแล้ว ก็หลบหนีไปกัมพูชา ไปทำพาสปอร์ตซึ่งใช้เงิน 85,000 ดอลลาร์ และยังพบว่าเข้าไป “เมียวดี” และ “ชเวก๊กโก” คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ และเข้ามาซื้อบ้านและที่ดินโดยผ่านต้นน้ำก็คือบริษัทจดทะเบียน “ลอว์เฟิร์ม” และจากการตรวจค้นจับกุมยังพบคนไทยที่อยู่ในบริษัทนี้ แต่คนไทยดังกล่าวไม่ทราบว่าตัวเองเป็นหุ้นส่วนบริษัท และอ้างว่า เคยกู้เงินออนไลน์และถูกเอกสารหลักฐานไปใช้ เลยต้องดำเนินการโดยเด็ดขาด ส่วนบ้านจะต้องทำการยึดไว้ตรวจสอบ

 

และคดีนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติ 11 คน  ทั้งชาวจีน และสหรัฐฯ

 

พล.ต.อ.สำราญ บอกอีกว่า พบข้อมูลสำคัญด้วยว่าบ้านที่ตรวจสอบใน 4 โครงการ 94 หลังที่ตรวจยึดนั้น มีการเอาไปปล่อยให้เช่าต่อ 3 หลัง ในราคา 350,000 / 50,000 / 40,000 บาท ตามลำดับ แต่เมื่อ 3-5 เดือนนี้ ยังไม่มีคนเข้ามาเก็บค่าเช่า คาดว่าเจ้าของบ้านที่เป็นชาวจีน จะเฝ้าระวัง และติดตามข่าวตั้งแต่ตำรวจเปิดปฏิบัติการเฟส 1 และเชื่อว่าคงหลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

โดยหลังจากนี้จะมีการขยายผลต่อ และไปตรวจสอบหมู่บ้านในกรุงเทพว่ามีหมู่บ้านที่ไหนอีกบ้าง เพราะกลุ่มคนพวกนี้ใช้เงินสดซื้อบ้าน และยังเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ พนันออนไลน์

"บิ๊กราญ-บิ๊กนพ" ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ยึดบ้านหรู-ที่ดิน 6 พันล้าน

 

ส่วนผู้ต้องหา จากการตรวจสอบ ก็ไม่ได้รู้จักกับ บริษัทลอว์เฟิร์ม และไม่รู้จักกับคนไทยที่มาเป็นหุ้นส่วนหรือเป็นนอมินีให้ด้วย อย่างทั้ง 94 หลังที่ตรวจยึด พบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มเอเจนซีขายบ้านและอสังหาริมทรัพย์ที่ชาวต่างชาติ มาติดต่อขอซื้อบ้านตามโครงการต่างๆ แต่ติดปัญหาเรื่องการเป็นชาวต่างชาติไม่สามารถซื้อหรือถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ จึงได้มีการแนะนำสำนักงานกฎหมายเข้ามาช่วยจัดตั้งบริษัทหลบเลี่ยงกฎหมายในรูปแบบของการตั้งบริษัทหุ้นส่วนคนไทย 51% หุ้นส่วนชาวต่างชาติ 49% และทั้งหมดไม่ได้รู้จักกัน อาจจะมีบางส่วนที่รู้จักเท่านั้น

 

ทั้งนี้จะให้ชุดสืบสวนไปขยายผลถึงแนวทางการติดต่อและการประกาศเพื่อเชิญชวนให้มาจดทะเบียนบริษัทโดยใช้นอมินี เพื่อซื้อบ้าน เพราะเบื้องต้นพบว่า บริษัทลอว์เฟิร์ม ที่ใช้ในการให้คำปรึกษากับชาวจีนมีหลายบริษัท อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขยายผลว่า เป็นบริษัทใดบ้าง

 

พล.ต.อ.สำราญ บอกเลยว่า ปฏิบัติการนี้ถือเป็นการกวาดบ้านให้สะอาด “อนาคต ลอว์เฟิร์มไหนกล้าก็ลองดู ถ้ายังจะทำต่อไปอีก”

 

ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นนอมินีชาวไทยให้กับบริษัทนายเชา เพื่อซื้อบ้านนั้น อ้างด้วยว่า ตนเองไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ยอมรับว่าเคยไปกู้เงินออนไลน์ ปี 2565 และเคยให้เอกสารทั้งหมดไป แต่เรื่องบริษัทนอมินีไม่รู้เรื่องและยอมรับว่า รู้สึกตกใจและงงมาก กลัวเป็นสแกมเมอร์  เพราะมีหมายจับศาลไปที่บ้านในปีนี้ ซึ่งในหมายระบุว่าตนเองมีหุ้นส่วน 400 ล้านบาท ก็ยิ่งรู้สึกตกใจเข้าไปอีก เพราะตนเองไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย และยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนกับคนจีนด้วย

"บิ๊กราญ-บิ๊กนพ" ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 8 ยึดบ้านหรู-ที่ดิน 6 พันล้าน

ข่าวล่าสุด