เนชั่นทีวี

ข่าว

“แม่ภัทร” แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งทีมอุ้มส่งขังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป

08 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“แม่ภัทร” แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งทีมอุ้มส่งขังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป

“แม่ภัทร” อดีตเศรษฐีนี เจ้าของโรงงานเครื่องสำอาง แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งอาสากู้ภัยอุ้มกักขังและทำร้ายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ นานกว่า 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป ตร.วังทองหลาง เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

“แม่ภัทร” อดีตเศรษฐีนี เจ้าของโรงงานเครื่องสำอาง แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งอาสากู้ภัยอุ้มกักขังและทำร้ายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ นานกว่า 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป ตร.วังทองหลาง เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

KEY

POINTS

  • ลูกสั่งอุ้มกักขัง 2 ปี: แม่ร้องเพจ "สายไหมต้องรอด" ดำเนินคดีลูกชายแท้ๆ หลังสั่งอาสากู้ภัยอุ้มตัวจากบ้านย่านลาดพร้าวไปกักขังในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปี
  • ถูกทำร้าย-บังคับยิ้มถ่ายรูป: ผู้เสียหายเผยโดนเจ้าของศูนย์ฯ ตบตีและใช้ไม้พลองทำร้าย หากไม่ยิ้มถ่ายรูปส่งให้ญาติจะถูกทุบสู่อย่างหนัก โดยลูกชายและลูกสาวอยู่ในเหตุการณ์แต่ไร้การช่วยเหลือ
  • ตร.แบ่งคดีดำเนินคดีรูปคดี: ผกก.สน.วังทองหลาง แจงแยกดำเนินคดี 2 ส่วน ทั้งคดีลักทรัพย์ตู้เซฟ 9.4 ล้านบาท และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้กระทำผิดยกแก๊ง

8 ตุลาคม 2569 ความคืบหน้ากรณี การบุกทลายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” จ.กาญจนบุรี ที่มีการละเมิดศักดิ์ศรี และความปลอดภัยของผู้สูงอายุ ใช้ห้องลูกกรงขึงลวดหนาม และดัดแปลงเตียงเป็นกรง โดยสถานที่แห่งนี้ดูแลโดย "ป้าแมว" อย่างไรก็ตาม ต่อมาพบว่า หนึ่งในเหยื่อคือ แม่ภัทร (นามสมมติ) อดีตเศรษฐีนีชื่อดัง เจ้าของโรงงานเครื่องสำอาง ที่ถูกลูกชายแท้ๆ จับส่งไปอยู่ที่นี่ และออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่านรายการชื่อดัง จนสังคมวิจารณ์อย่างมาก

 

ล่าสุด ที่ สน.วังทองหลาง นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานางภัทร (นามสมมติ) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด หลังถูกลูกชายแท้ ๆ สั่งการร่วมกับอาสากู้ภัย อุ้มตัวจากบ้านพักย่านลาดพร้าว ไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกาย ณ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปี

“แม่ภัทร” แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งทีมอุ้มส่งขังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป  

 

โดยนางภัทรยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มาอุ้มตัว "เจ๊แมว" เจ้าของศูนย์ฯ ที่มีพฤติกรรมข่มขู่ ตบตี และใช้ไม้พายทำร้ายร่างกาย ตลอดจนลูกชายผู้สั่งการ โดยเล่าว่าในวันเกิดเหตุ ทั้งลูกชายและลูกสาวต่างก็อยู่ในเหตุการณ์ แต่กลับไม่มีใครช่วย ระหว่างถูกกักขัง หากเจ้าหน้าที่ถ่ายรูปส่งให้ญาติ จะบังคับให้ยิ้มทำทีมีความสุข หากไม่ทำตามจะถูกทุบตีอย่างหนัก แม้จะรู้สึกสงสารลูกชาย แต่ยืนยันต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจและร้ายแรงเกินรับไหว

 

ด้าน นายเอกภพ ระบุว่า เหตุผลที่พาผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง เนื่องจากเป็นท้องที่เกิดเหตุในการถูกอุ้มตัว และผู้เสียหายไม่มั่นใจการทำงานของ สภ.ท่าม่วง เจ้าของพื้นที่ตั้งศูนย์ฯ เพราะเจ้าหน้าที่ในศูนย์ฯ มีแฟนเป็นตำรวจคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะรับทำคดีเองหรือส่งต่อให้กองบังคับการปราบปราม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาแจ้งข้อหากับผู้เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคลต่อไป 

 

“แม่ภัทร” แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งทีมอุ้มส่งขังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป

แม่ภัทรชี้จุดถูกอาสากู้ภัยอุ้ม

 

ต่อมาหลังการเข้าแจ้งความ แม่ภัทรได้พาตำรวจและผู้สื่อข่าวมาดูจุดที่มีการอุ้มขึ้นรถตู้ โดยได้มีการเล่าว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยชาย 2 คนที่มาอุ้มได้เข้าไปในบ้านของตน คนหนึ่งล็อกแขนและปิดปาก อีกคนยกขา จากนั้นก็พากันอุ้มมาที่รถตู้ที่จอดอยู่หน้าซอย ขณะนั้นคนที่ยกขาได้วางตนเองลงหลังรถเพื่อไปเปิดประตูรถ และคนที่ปิดปากได้เอามือออก ตนจึงใช้จังหวะนั้นในการตะโกนขอความช่วยเหลือจนเพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกนั้นออกมาดู เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเห็นว่ามีคนออกมาดูเลยรีบอุ้มตนขึ้นไปบนรถตู้ทันที

 

“แม่ภัทร” แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งทีมอุ้มส่งขังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป  

 

ตำรวจ แจงข้อกล่าวหาแบ่งเป็น 2 ส่วน ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย


พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง ระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นได้มีการสอบปากคำไว้เบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว และในช่วงที่ผ่านมาทางผู้เสียหายได้ไปออกรายการโหนกระแส ซึ่งทางทีมสืบสวนสอบสวนของ สน. ก็ได้มีการติดตามรายการ และมีการถอดคำพูดไว้ทั้งหมดแล้วเพื่อเก็บเป็นพยานหลักฐานที่เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน

 

ในส่วนของวันนี้ผู้เสียหายเดินทางมาเพื่อลงบันทึกประจำวันและแจ้งความดำเนินคดีกับอาสากู้ภัยหรือชาย 2 คนที่มาอุ้มว่า ได้มีการควบคุมตัวกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ด้วยเหตุการณ์เกิดตั้งแต่ปี 2565 อาจจะทำให้ไม่สามารถกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดได้แล้ว แต่อาจจะมีคลิปหรือภาพจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่ถ่ายเก็บไว้ ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบผู้กระทำความผิดในข้อหาที่ทางผู้เสียหายได้แจ้งความและกล่าวหา

 

ในส่วนของข้อหาต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือข้อหาลักทรัพย์ เกี่ยวกับตู้เซฟที่มีทรัพย์สินหลายรายการมูลค่าประมาณ 9.4 ล้านบาท และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว โดยมีการกล่าวหาลูกชาย ส่วนอีกส่วนหนึ่งคือในวันนี้ทางผู้เสียหายได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันและแจ้งความเพิ่มเติมอีก 2 ราย คือบุคคลที่มีการเข้ามาในบ้านและอุ้มขึ้นรถตู้ ซึ่งถ้าพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่ทางผู้เสียหายได้กล่าวหาก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด

 

“แม่ภัทร” แจ้งจับลูกชายแท้ ๆ สั่งทีมอุ้มส่งขังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2 ปี ถูกซ้อมน่วม-บังคับยิ้มถ่ายรูป

 

ข่าวล่าสุด