แม่ภัทรชี้จุดถูกอาสากู้ภัยอุ้ม
ต่อมาหลังการเข้าแจ้งความ แม่ภัทรได้พาตำรวจและผู้สื่อข่าวมาดูจุดที่มีการอุ้มขึ้นรถตู้ โดยได้มีการเล่าว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยชาย 2 คนที่มาอุ้มได้เข้าไปในบ้านของตน คนหนึ่งล็อกแขนและปิดปาก อีกคนยกขา จากนั้นก็พากันอุ้มมาที่รถตู้ที่จอดอยู่หน้าซอย ขณะนั้นคนที่ยกขาได้วางตนเองลงหลังรถเพื่อไปเปิดประตูรถ และคนที่ปิดปากได้เอามือออก ตนจึงใช้จังหวะนั้นในการตะโกนขอความช่วยเหลือจนเพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกนั้นออกมาดู เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเห็นว่ามีคนออกมาดูเลยรีบอุ้มตนขึ้นไปบนรถตู้ทันที
ตำรวจ แจงข้อกล่าวหาแบ่งเป็น 2 ส่วน ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง ระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นได้มีการสอบปากคำไว้เบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว และในช่วงที่ผ่านมาทางผู้เสียหายได้ไปออกรายการโหนกระแส ซึ่งทางทีมสืบสวนสอบสวนของ สน. ก็ได้มีการติดตามรายการ และมีการถอดคำพูดไว้ทั้งหมดแล้วเพื่อเก็บเป็นพยานหลักฐานที่เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน
ในส่วนของวันนี้ผู้เสียหายเดินทางมาเพื่อลงบันทึกประจำวันและแจ้งความดำเนินคดีกับอาสากู้ภัยหรือชาย 2 คนที่มาอุ้มว่า ได้มีการควบคุมตัวกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ด้วยเหตุการณ์เกิดตั้งแต่ปี 2565 อาจจะทำให้ไม่สามารถกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดได้แล้ว แต่อาจจะมีคลิปหรือภาพจากผู้ที่เกี่ยวข้องที่ถ่ายเก็บไว้ ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบผู้กระทำความผิดในข้อหาที่ทางผู้เสียหายได้แจ้งความและกล่าวหา
ในส่วนของข้อหาต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือข้อหาลักทรัพย์ เกี่ยวกับตู้เซฟที่มีทรัพย์สินหลายรายการมูลค่าประมาณ 9.4 ล้านบาท และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว โดยมีการกล่าวหาลูกชาย ส่วนอีกส่วนหนึ่งคือในวันนี้ทางผู้เสียหายได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันและแจ้งความเพิ่มเติมอีก 2 ราย คือบุคคลที่มีการเข้ามาในบ้านและอุ้มขึ้นรถตู้ ซึ่งถ้าพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่ทางผู้เสียหายได้กล่าวหาก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด