“ทักษิณ” เข้าไต่สวนขอคุ้มครอง ปมถูกยึดทรัพย์ซ้ำซ้อน 1.5 หมื่นล้าน คดีขายหุ้นชินคอร์ป
07 ต.ค. 2569 | prisana_tha

“ทักษิณ” มาตามนัด เข้าไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว คดีสรรพากรยึดทรัพย์ซ้ำซ้อน 1.5 หมื่นล้าน คดีขายหุ้นชินคอร์ป
ข่าว
07 ต.ค. 2569 | prisana_tha

“ทักษิณ” มาตามนัด เข้าไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว คดีสรรพากรยึดทรัพย์ซ้ำซ้อน 1.5 หมื่นล้าน คดีขายหุ้นชินคอร์ป
KEY
POINTS
7 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศาลภาษีอากรกลาง ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว คดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กรมสรรพากร กรณียึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ซ้ำซ้อนเพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ หรือภาษีหุ้นชินฯ ในปี 2549 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร วันที่ 14 ส.ค. 2568
โดย เวลา 08.42 น. นายทักษิณ เดินทางมาถึงศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ อาคารเอ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนขึ้นฟังการไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีความกังวลอะไรหรือไม่ นายทักษิณ ตอบสั้นๆว่า ไม่มีอะไรเลย สบาย ๆ
สำหรับกรณีนี้เนื่องจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องกรมสรรพากรต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อขอให้สั่งระงับการยึดและอายัดทรัพย์สิน เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในปี 2549 จำนวนกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยแย้งว่าเป็นการดำเนินการที่ซ้ำซ้อนและมิชอบด้วยกฎหมาย
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เคยให้ข้อมูลว่า กรณีที่กรมสรรพากรดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร โดยยืนยันว่า นายทักษิณมิได้มีเจตนาโต้แย้งคำพิพากษาอันถึงที่สุด แต่ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ จำนวน 329.2 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 15,883.9 ล้านบาท ที่ถูกนำมาคำนวณภาษีนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเงินได้จากการขายหุ้นทั้งหมด 1,419.49 ล้านหุ้น ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 ยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินไปทั้งหมดแล้ว รวมเป็นเงิน 46,373.68 ล้านบาท
เมื่อเงินได้ทั้งหมดจากการขายหุ้นถูกรัฐยึดไปแล้ว จึงไม่มีเงินได้หรือประโยชน์อื่นใดคงเหลือให้นำมาคำนวณภาษีประจำปี 2549 อีกต่อไป แต่การที่กรมสรรพากรยังคงติดตามยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม จึงเป็นการบังคับคดีที่ซ้ำซ้อนและเกินกว่าความรับผิดตามกฎหมาย พร้อมเสนอแนะว่า กรมสรรพากรควรไปขอรับเงินภาษีดังกล่าวจากกระทรวงการคลัง แทนการยึดอายัดทรัพย์สินส่วนอื่นของทักษิณเพิ่มอีก