นายธเนศร์ กล่าวต่อว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับกรมชลประทาน ตรวจสอบคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรามั่นใจว่าระดับน้ำที่เราระบายในปริมาณดังกล่าว ไม่มีผลกระทบที่จะล้นคันกั้นน้ำของ กทม.หรือปริมณฑล เข้าสู่เขตตัวเมืองอย่างแน่นอน ส่วนการเฝ้าระวัง คงเฝ้าระวังเฉพาะน้ำฝนที่จะตกในพื้นที่ ในช่วงวันที่ 5 ตุลาคม และ วันที่ 10-11 ตุลาคม ที่จะมีฝนตกมากในภาคกลาง
นายธเนศร์ กล่าวว่า ในส่วนภาคตะวันตก เขตลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำที่เขื่อนแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี มีแนวโน้มลดเรื่อยๆ ส่วนปริมาณน้ำที่เขื่อนวชิราลงกรณ กับเขื่อนศรีนครินทร์ ต้องมีการบริหารจัดการร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และระบายลงมาให้มีความเหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบรวดเร็วมากเกินไป
นายธเนศร์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ขณะนี้ ต้องเฝ้าระวังในเขตลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งปัจจุบันน้ำกำลังท่วมอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี และมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ และกำลังมารวมกับน้ำจากแม่น้ำนครนายก ซึ่งปัจจุบันเรามีการลดการระบายของเขื่อนขุนด่านปราการชลแล้ว จึงต้องมีการติดตามและเฝ้าระวัง เพราะมวลน้ำที่ผ่านปราจีนบุรี มาถึงแม่น้ำบางปะกงแล้ว
นายธเนศร์ กล่าวว่า ส่วนจังหวัดเพชรบุรี อธิบดีกรมชลประทานได้มอบหมายให้สำนักชลประทานในพื้นที่ ตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อเร่งพร่องนํ้า และให้ตรวจตราระบบระบายน้ำในจังหวัดเพชรบุรี ให้มีความพร้อมใช้งาน ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้มีความพร้อมใช้งาน 100% ในการรับน้ำกรณีที่น้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน หรือมีฝนตกปริมาณมาก
นายธเนศร์ กล่าวอีกว่า ส่วนปริมาณฝนที่ตกในภาคใต้ที่มีแนวโน้มสูงในวันที่ 10-11 ตุลาคม อธิบดีกรมชลประทานได้มอบหมายสำนักชลประทานในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรับมือ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส มีการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ ที่จะรับน้ำในเขตของภูเขา และไหลหลากลงมาในพื้นที่เมือง