พลิกแฟ้ม 4 คดี “นายอัจฉริยะ” ของตำรวจกองปราบ – ตำรวจไซเบอร์
05 ต.ค. 2569 | prisana_tha

พลิกแฟ้ม 4 คดี ที่ “นายอัจฉริยะ” เคยถูกตำรวจกองปราบ และ ตำรวจไซเบอร์ ดำเนินคดี ก่อนจะมาถึงคดีล่าสุดที่ถูกจับกุมหน้าสนามมวย
ข่าว
05 ต.ค. 2569 | prisana_tha

พลิกแฟ้ม 4 คดี ที่ “นายอัจฉริยะ” เคยถูกตำรวจกองปราบ และ ตำรวจไซเบอร์ ดำเนินคดี ก่อนจะมาถึงคดีล่าสุดที่ถูกจับกุมหน้าสนามมวย
KEY
POINTS
การล็อกตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่หน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร ของตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ทำให้ชื่อของนายอัจฉริยะ ถูกโฟกัสในหน้าสื่ออีกครั้ง โดยครั้งนี้นายอัจฉริยะ ถูกดำเนินคดีฐาน ฟอกเงิน ฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเล่นการพนัน หลังชุดสืบสวนสอบสวนแกะรอยพบเส้นเงินของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถึงเว็บพนันมวย อย่างไรก็ดีคดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่ นายอัจฉริยะ ถูกจับกุมดำเนินคดี
คดีที่ 1 คดีกรรโชกทรัพย์ ห้องกัก ตม. มูลค่าความเสียหาย 2.5 ล้านบาท โดยผู้กล่าวหาคือ ผกก. ค. เสียหาย 300,000 บาท ผกก. ว. เสียหาย 200,000 บาท และ ทนาย ญ.เสียหาย 1.3 ล้านบาท พฤติการณ์ที่มีการกล่าวหาระบุว่า นายอัจฉริยะ เปิดประเด็นประโคมข่าวว่าจะเปิดโปงจะแฉใคร เพื่อให้คนที่จะถูกแฉหาทางประสานกับตัวกลางเจรจาเรียกรับเงิน โดยมีการไลฟ์สด 2 เรื่อง คือ 1.แฉว่ามีการวิ่งเต้นทำหมายจับปลอมไปรับตัวผู้ต้องกักชาวจีน และ 2.แฉว่ามีการรับวิ่งเต้นประกันตัวชาวจีนผ่านผู้ใกล้ชิดผู้พิพากษา คดีนี้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ขอศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อ เสรีภาพ ชื่อเสียง ของผู้ถูกข่มขืนใจ และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยนายอัจฉริยะ ได้ประกันตัวชั้นศาล
คดีที่ 2. กรรโชกทรัพย์ นายประกันศาล ผู้เสียหาย โดยมีการแฉว่านายประกันผู้เสียหาย กำลังวิ่งล็อบบี้เอาเงินให้คนใกล้ชิดศาล และมีการเรียกเงินจากนายประกันศาล 3 ล้านบาท โดยตำรวจกองปราบอยู่ระหว่างสอบสวนดำเนินคดี
คดีที่ 3 คดีกรรโชกทรัพย์ เสี่ย บ. นักธุรกิจดัง ภาคตะวันออก โดยนายอัจฉริยะ ชิงเข้ามอบตัว และได้ประกันตัวในชั้นศาล พฤติการณ์ที่ผู้เสียหายกล่าวหา คือ นายอัจฉริยะ นำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไปตรวจค้นเปิดตู้เก็บสินค้าที่โกดังแหลมฉบังยึดบุหรี่ไฟฟ้า จากนั้น เดินทางไปพัทยา มีการกรรโชกทรัพย์ เสี่ย บ. รายเดือน เดือนละ 1 แสน รวม 13 เดือน โดยใช้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ผู้เสียหายยอมจ่ายเงิน คดีนี้พบเส้นเงินเข้าสู่ บัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และมีเส้นเงินต่อไปยังเว็บพนัน นายอัจฉริยะ เข้ามอบตัว และได้ประกันตัวชั้นศาล โดยคดีนี้ตำรวจ บก.ป. ส่งต่อข้อมูลต่อให้ทีมกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ที่มีข้อมูลเดิมอยู่แล้วสืบสวนแกะรอยต่อ จึงเป็นที่มาของคดีที่ 4
คดีที่ 4. คดีฉ้อโกงประชาชน โดยตำรวจไซเบอร์ สืบสวนสอบสวนจับกุมนายอัจฉริยะ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เนื่องจากพบพยานหลักฐาน เป็นเส้นเงินบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หลอกลวงขอบริจาค และมีเส้นเงินโอนต่อไปยังเว็บพนันมวย โดยตำรวจไซเบอร์ดำเนินคดี 4 ข้อหา 1. ฉ้อโกงประชาชน 2. พรบ.คอมพิวเตอร์ 3. ฟอกเงิน 4. ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ โดยคัดค้านการประกันตัว และคุมตัวฝากขังศาลอาญาในวันนี้ (5 ต.ค. 69)
นอกจากนี้นายอัจฉริยะ ยังมีกรณีพิพาทและถูกดำเนินคดี ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณารวม 6 คดี , คดีดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ 1 คดี และคดีดักฟัง ใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อความสื่อสาร 1 คดี