2. Single Command หรือ วอร์รูมสู้น้ำท่วม มีคำถามว่า บกปภ.ช. ที่นายกฯประชุมทุกเช้า เรียกว่า Single Command ตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องหรือยัง
ข้อสั่งการของนายกฯ ที่นั่งหัวโต๊ะประชุม มีเรื่องของ “แผน” และ “ยุทธศาสตร์” บ้างหรือไม่ เพราะเท่าที่ติดตามมอนิเตอร์ มีแต่คำสั่งรูทีน เช่น ผู้ว่าฯต้องไปช่วยกันดูแล ตรวจเช็กเครื่องสูบน้ำให้เพียงพอ ฯลฯ แต่แผนไม่ค่อยถูกพูดถึงในที่ประชุม ทั้งแผนการระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังท่วมขัง แผนการป้องกันน้ำฝนระลอกใหม่ น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน ในสัปดาห์หน้า ซึ่งต้องไม่ลืมว่า พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 กำหนดแผนรับมือตามระดับสถานการณ์ คำถามคือ ขณะนี้ใช้แผนไหน อย่างไร
“บิ๊กดุลย์” พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยระดับเขต 50 เขต กทม. เป็นการตั้งศูนย์บัญชาการระดับพื้นที่แล้วใช่หรือไม่ ช้าไปหรือไม่ เพราะทุกฝ่ายเรียกร้องกันมาตั้งแต่วันแรกๆ แล้ว อย่างน้อยก็เพื่อจัดระเบียบการเข้าให้ความช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะและภูมิประเทศแตกต่างกันมาก หรือว่ามาช้ายังดีกว่าไม่มา?
3. น้ำแช่ ขยะแช่ ใครระบาย หลายจุด ใน กทม.กลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อน้ำท่วมเป็นเวลานาน และเมื่อน้ำลด ทั้ง เคหะร่มเกล้า และเคหะอีกหลายแห่ง ลาดกระบัง เสรีไทย 57 หมู่บ้านสหกรณ์ หมู่บ้านขอบกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก
ยกตัวอย่าง กรณีตัวอย่างเคหะร่มเกล้า เพิ่งมีความชัดเจนระดับหนึ่ง หลัง “ทีมลูกเทพ” เข้าพื้นที่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล สั่งเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ใช้เวลา 2-3 วัน ขณะที่ก่อนหน้ายังไม่มีใครแจ้งว่า จะระบายอย่างไร ใช้เวลากี่วัน และให้ประชาชนเลือกว่าจะอพยพหรือไม่ ซึ่งตามอำนาจ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บัญชาการเหตุการณ์สามารถสั่งอพยพได้ แล้วตั้งเวรยามดูแลทรัพย์สิน (กรณี กทม. ที่มีการนำกำลังทหารเข้าไปช่วย สามารถจัดทหารให้เฝ้าพื้นที่ป้องกันโจร ขโมย หลังอพยพได้) สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาการไม่ประสานงานกับ กทม.เพื่อความชัดเจน และขาด Single Command
4. เช็คบิล “เอาอยู่” แต่สุดท้ายเอาไม่อยู่ ก่อนหน้านี้มีบุคคลและหน่วยงานที่ให้ข้อมูลผิดพลาด สื่อสารผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง ถามว่าใครคือผู้รับผิดชอบ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำทั้งหมด หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือกรุงเทพมหานคร
ตลอดจนปัญหาอีกหลายส่วน ทั้งเครื่องสูบน้ำเสียจำนวนมาก ไม่พร่องน้ำในระดับที่ควรจะเป็น ทั้งที่มีการแจ้งเตือนฝนแช่
ขณะที่ ฝ่ายการเมืองเอง ก็ยังคงซ้ำเติมความเชื่อมั่นของประชาชน จะสังเกตได้ว่า รองนายกฯ และ รมต.ที่ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการและรองประธาน คุมในแต่ละภาค กลับไม่ได้อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงปัญหาบานปลายไปถึง "กระเป๋าแช่ - คาร์โก้แช่" ที่การบินไทย ส่งผลให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายยับเยิน
โดยทั้งหมดย้อนกลับมาที่ นายกฯอนุทิน ซึ่งควบ รมว.มหาดไทย มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สามารถสั่งย้ายข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องผิดพลาดได้ แต่คำถามคือ ผู้รับผิดชอบที่มีความบกพร่องผิดพลาด สร้างความเสียหายระดับนี้ ต้องถูกดำเนินการอะไรบ้างหรือไม่
ขณะที่ในสถานการณ์นี้ เริ่มมี “กูรูการเมือง” บางคน เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. ตั้งข้อสังเกตว่า มีความไม่ปกติในลักษณะ “วางงาน - วางยา” กันหรือไม่ เพราะไม่น่าเป็นไปได้ที่เกิดความผิดพลาดขนาดนี้ ขณะเดียวกัน เริ่มมีกระแส IO ถล่ม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ว่าบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ตั้งแต่ไม่ยอมพร่องน้ำตามลำคลอง เครื่องสูบน้ำเสียจำนวนมาก รวมถึงปัญหาอื่นๆ แม้แต่ดรามา “แก้มลิง”
แต่ความน่าสนใจคือ กระแส IO มีทั้ง “ออร์แกนิก” และ “IO สีน้ำเงิน” ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการส่งสัญญาณ ขยิบตาให้ “ IO สีน้ำเงิน” ถล่มใครบางคนหนักๆ เพื่อให้เป็น “แพะ” สังเวยน้ำ…หรือไม่ เพราะเพียงแค่ไม่กี่วัน จากกลางดึกถึงเช้าวันที่ 26 ก.ย. 69 ที่ผู้ว่าฯชัชชาติ เรียกประชุมบัญชาการแก้ปัญหายันหว่าง แต่ถัดมาอีกเพียงไม่กี่วัน ถูกโจมตีหลายเรื่องจนคลับคล้ายว่าจะกลายเป็น “แพะ” ในพริบตา!