🔵ขานรับข้อเสนอท้องถิ่น สั่งตั้งเครื่องสูบน้ำย้อนศร รับมือฝนระลอกใหม่
ด้าน นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้กล่าวรับฟังข้อเสนอพร้อมเปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่คลองหลวงว่า ปัญหาในช่วงนี้เกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนักเกินกว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่คลองหลวงที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ และรับน้ำมาจากคลองระพีพัฒน์กับคลองรังสิตประยูรศักดิ์ สำหรับพื้นที่เทศบาลเมืองคลองหลวง จำเป็นต้องสูบระบายออกไปลงคลอง 13 หรือคลองอื่น ๆ เพื่อระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป วันนี้มาติดตามและเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำ ได้สั่งการให้พิจารณาตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อสูบน้ำย้อนศรจากที่ต่ำขึ้นที่สูง ดึงน้ำกลับไปเพื่อทำให้พื้นที่คลองหลวงแห้งเร็วที่สุด ไม่ให้กระทบประชาชน พร้อมสั่งรับมือช่วงวันที่ 5 ถึง 8 ตุลาคมนี้ ที่คาดว่าจะมีฝนตกเติมลงมาอีก โดยได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเข้ามาวางโครงสร้างระบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดปทุมธานีในภาพรวมทั้งหมด เพื่อให้เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนตามที่ท้องถิ่นเสนอ
🔵ยันเขื่อนเจ้าพระยาคุมการระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กรมชลประทาน สทนช. และ ปภ. เร่งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำให้เตรียมรับมือระดับน้ำ เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็นเขื่อนทดน้ำ ไม่ใช่เขื่อนกักเก็บ จึงจำเป็นต้องคายน้ำสะสมเหนือเขื่อนออก โดยปัจจุบันปล่อยน้ำอยู่ที่กว่า 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแบบขั้นบันได และประเมินผลกระทบทุก ๆ 6 ชั่วโมง หากไม่มีฝนตกลงมาเติมจะควบคุมการระบายไว้ที่ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งในระดับนี้พื้นที่ภายในแนวคันกั้นน้ำยังคงสามารถรองรับได้
🔵แจงปมข้อสงสัยการประกาศเขตภัยพิบัติของจังหวัด
ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่องการประกาศเขตภัยพิบัติในจังหวัดปทุมธานีที่ล่าช้านั้น นายทรงศักดิ์ ชี้แจงว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถประกาศได้ทันทีโดยไม่มีข้อมูล แต่ต้องมีรายละเอียดที่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่ ปภ. กำหนด เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้ถูกต้องตามข้อกฎหมาย หากยังไม่เข้าหลักเกณฑ์แล้วรีบประกาศ อาจส่งผลกระทบทางกฎหมายต่อตัวผู้ว่าราชการจังหวัดได้