พ.ร.บ.น้ำ 2561 กฎหมายที่ถูกลืม... หรือรัฐบาลลืมเปิดอ่าน?
01 ต.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะลึก พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กฎหมายแก้วิกฤตน้ำท่วมที่ถูกลืม คำถามถึงรัฐบาลทำไมเมินระบบ Single Command ของ สทนช. จนการสั่งการล่าช้าและซ้ำซ้อน
ข่าว
01 ต.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะลึก พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กฎหมายแก้วิกฤตน้ำท่วมที่ถูกลืม คำถามถึงรัฐบาลทำไมเมินระบบ Single Command ของ สทนช. จนการสั่งการล่าช้าและซ้ำซ้อน
KEY
POINTS
1 ตุลาคม 2569 วิกฤต น้ำท่วม ที่สร้างความเดือดร้อนหนักทั่วประเทศ กำลังนำมาซึ่งคำถามใหญ่ถึง รัฐบาล ในการสั่งการรับมือที่ล่าช้าและสับสน
วิกฤตน้ำท่วมขัง น้ำป่าหลากที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ กับคำถามคำโตๆ ที่เกิดขึ้นในใจของทุกคนคือ "ทำไมการสั่งการถึงได้ล่าช้า และดูเหมือนไร้ระเบียบขนาดนี้?"
แต่งตั้งคณะกรรมการกันรายวัน สั่งการข้ามหัวกันไปมาตาม "สภาพภูมิศาสตร์ทางการเมือง" (ความนิยมระดับพื้นที่ ) มากกว่าภาพรวมของประเทศ
คำถามสำคัญคือ รัฐบาลชุดนี้... โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เคยเปิดอ่านกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำบ้างหรือยัง?
เราเคยถอดบทเรียนมหาอุทกภัยปี 2554 จนคลอดกฎหมายฉบับหนึ่งออกมาเมื่อ 10 ปีที่แล้วในยุค คสช. และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2562 นั่นคือ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กฎหมายที่ตั้งใจสร้างระบบ "Single Command" (การสั่งการเดี่ยว) และจัดตั้ง สทนช. (สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) ขึ้นมา ...แต่ทำไมวันนี้ สทนช. ถึงกลายเป็น 'องค์กรที่โลกลืม' ไปแล้ว?"
เนชั่นออนไลน์ ชวนมาเปิดดูเนื้อในของ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 กันชัดๆ กฎหมายฉบับนี้มี 9 หมวดสำคัญที่เขียนไว้ครอบคลุมทุกมิติอยู่แล้ว แต่ขอคัด 4 ไฮไลท์สำคัญที่รัฐบาลต้องรู้มาให้ดู
🔵 หมวด 3 องค์กรบริหารจัดการ
กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า เรามี กนช. (คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) โดยมี "นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน" และมีเลขาธิการ สทนช. เป็นกรรมการและเลขานุการ
ลึกลงไปในระดับพื้นที่ เรามี "คณะกรรมการลุ่มน้ำ" ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดในลุ่มน้ำนั้นๆ เป็นประธานเพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน ไม่ได้ต่างคนต่างทำอย่างที่เป็นอยู่!
🔵 หมวด 5 ภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม
นี่คือหัวใจสำคัญของกฎหมาย สั่งให้คณะกรรมการลุ่มน้ำ "จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งไว้ล่วงหน้า" และบังคับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนไปปฏิบัติทันที คำถามคือ แผนที่ทำไว้ล่วงหน้า ได้หยิบมาใช้จริงในวิกฤตนี้แล้วหรือยัง?
🔵 หมวด 4 การจัดสรรน้ำ
กฎหมายล็อกผลประโยชน์ให้ประชาชนเป็นอันดับแรก การจัดสรรน้ำต้องให้เพื่อ "การอุปโภคบริโภค" เป็นลำดับที่ 1 รองลงมาคือนิเวศวิทยา จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย และเกษตรกรรม
🔵 หมวด 8-9 ความรับผิดและบทลงโทษ
ใครที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้ำสาธารณะ ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา (มีโทษทั้งจำและปรับ)
เห็นไหม ตัวบทกฎหมายเขียนไว้สมบูรณ์แบบมาก วางกลไกไว้ตั้งแต่ระดับนโยบายลงไปจนถึงแผนปฏิบัติงานในพื้นที่ลุ่มน้ำ เพื่อให้การบริหารน้ำเป็นเอกภาพ"
"แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคืออะไร?
กฎหมายมี แต่เหมือนไม่มีคนใช้ กฎหมายกำหนดให้ สทนช. เป็นเสนาธิการหลักในการบูรณาการ แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะบริหารตามหน้าเสื่อ ตั้งคณะทำงานทับซ้อน ปล่อยให้ระบบซิงเกิลคอมมานด์กลายเป็น "ซิงเกิลใครซิงเกิลมัน"
บทสรุปของเรื่องนี้ กฎหมายน้ำจะขับเคลื่อนได้สมบูรณ์และเป็นรูปธรรม ก็ต่อเมื่อรัฐบาลและผู้มีอำนาจ "ใส่ใจหยิบกฎหมายลำดับรองมาบังคับใช้และทำตามเจตนารมณ์อย่างจริงจัง"
อย่าปล่อยให้กฎหมายที่แลกมาด้วยคราบน้ำตา และบทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 54 ต้องกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ และอย่าปล่อยให้ สทนช. เป็นองค์กรที่โลกลืม...ในขณะที่พี่น้องประชาชนจมอยู่ใต้บาดาล!