โครงการดังกล่าวเป็นการเสนอขอเช่ารถขยะไฟฟ้าจำนวน 3 โครงการ รวมทั้งสิ้น 1,347 คัน ระยะเวลาเช่า 5 ปี วงเงินรวม 6,038 ล้านบาท แบ่งเป็น
- รถขยะอัดท้ายระบบไฟฟ้า ขนาด 5 ตัน: จำนวน 874 คัน วงเงินกว่า 4,125 ล้านบาท
- รถขยะอัดท้ายระบบไฟฟ้า ขนาด 2 ตัน: จำนวน 399 คัน วงเงินกว่า 1,595 ล้านบาท
- รถยกภาชนะระบบไฟฟ้า ขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร: จำนวน 74 คัน วงเงินกว่า 317 ล้านบาท
เป้าหมายหลักเพื่อใช้ทดแทนรถขยะเครื่องยนต์สันดาปเดิมที่จะทยอยหมดสัญญาเช่าลงในช่วงปี 2568 ถึง 2570 จากปัจจุบันที่ กทม. มีรถเก็บขยะรวม 1,715 คัน แบ่งเป็นรถของ กทม. 266 คัน และรถเช่า 1,449 คัน หากไม่มีรถชุดใหม่เข้ามาทดแทน กทม. อาจต้องแบกรับภาระเช่ารถดีเซลต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี
🔵เหตุผลความคุ้มค่า VS ข้อกังวลเรื่องงบประมาณ
กรุงเทพมหานครให้เหตุผลสนับสนุนว่า การใช้รถไฟฟ้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ จากการประเมินระยะทางเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อวัน ตลอด 5 ปี หากใช้รถดีเซลจะมีค่าใช้พลังงานประมาณ 8,756 ล้านบาท ขณะที่รถไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 4,011 ล้านบาท คิดเป็นส่วนต่างประหยัดได้ราว 4,744 ล้านบาท หรือประมาณ 54 เปอร์เซ็นต์ พร้อมยืนยันว่ากระบวนการมีความโปร่งใส และไม่มีเรื่องการทุจริต
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นการประมาณการบนสมมติฐานที่ต้องนำต้นทุนอื่นมาพิจารณาร่วมด้วย ทั้งระบบชาร์จไฟ ค่าบำรุงรักษา อายุแบตเตอรี่ และประสิทธิภาพของรถจริง
ขณะที่ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ได้สะท้อนข้อห่วงใยถึงปัญหาการบริหารจัดการโครงการตั้งแต่รอบปีงบประมาณก่อนหน้า รวมถึงการขออนุมัติงบประมาณและการกันงบเหลื่อมปีที่ผ่านมา
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน
🔵ปมร้อน TOR และระบบสถานีชาร์จ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ TOR (ขอบเขตของงาน) ที่ฝ่ายตรวจสอบกังวลว่า หากกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงเกินไปอาจเป็นการกีดกันการแข่งขัน
ขณะที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชี้แจงว่า ในขั้นตอนการพิจารณางบประมาณยังไม่มีการร่าง TOR ฉบับจัดซื้อจริงของปี 2570 แต่ได้นำ TOR ของปี 68 มาให้ดูเป็นกรอบแนวทางและเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Open Public) มาโดยตลอด
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากสภาและน้อมรับความเห็นต่าง
นอกจากนี้ ประเด็นสถานีชาร์จไฟ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความรับผิดชอบหากเกิดข้อพิพาทระหว่างการชาร์จไฟกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) โดยทางพรรคประชาชนเสนอให้ผู้รับจ้างดูแลทั้งตัวรถและระบบสถานีชาร์จควบคู่กันเพื่อลดปัญหาข้อพิพาท
🔵ก้าวต่อไปของ กทม. ท่ามกลางทางเลือกที่ต้องตัดสินใจ
แม้ กทม. จะชูจุดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดก๊าซ PM2.5, คาร์บอนมอนอกไซด์, ไฮโดรคาร์บอน และไนโตรเจนออกไซด์ พร้อมระบบชั่งน้ำหนักขยะและ Fleet Management แต่โครงการยังคงต้องพิสูจน์ความชัดเจนในทุกขั้นตอน
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากสภาและน้อมรับความเห็นต่าง พร้อมระบุว่าหากโครงการไม่ผ่านการอนุมัติ กทม. ก็มีความจำเป็นต้องพิจารณาแนวทางบริหารจัดการรถขยะเดิมต่อไป ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าต้องการให้เกิดการใช้งานรถขยะ EV ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดบนพื้นฐานของความโปร่งใสและตรวจสอบได้
สานนท์ เจริญพันธุ์ "สืบสวนความจริง" NationTV22