เนชั่นทีวี

ข่าว

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง

30 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง หวังเป็นศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติ ล่าสุดมีผู้เข้าชมแล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง หวังเป็นศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติ ล่าสุดมีผู้เข้าชมแล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง

KEY

POINTS

  • เด็ก ม.6 โชว์พลังสมองสร้างเว็บกู้วิกฤต: "น้องธีร์" วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจเรารักแปดริ้วทำเว็บเรียลไทม์ใน 4 ชม.
  • ศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติฉะเชิงเทรา: รวบรวมระดับน้ำ จุดน้ำท่วม ภาพถ่าย และเชื่อมกล้อง CCTV ช่วยกู้ภัยทำงานง่ายขึ้น
  • ยอดใช้งานถล่มทลายทะลุ 2 ล้านครั้ง: หลังเปิดใช้เพียง 3 วัน กลายเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแปดริ้ว
     

ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายอำเภอ มีประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งช่วยเหลือผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง

 

30 กันยายน 2569 ล่าสุด ภาคประชาชนได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลภัยพิบัติ นายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์ หรือ "น้องธีร์" วัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุจิปุลิ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้มีชื่อเสียงจากการใช้ความสามารถด้านเทคโนโลยีพัฒนาแพลตฟอร์ม “ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป” (Chachoengsao Floodverse App) ร่วมกับ นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช หรือ "ท็อป" แอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" และยังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา (รหัสเรียกขาน ประชา 01)  ชเพื่อใช้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่แบบเรียลไทม์ (Real-time) และเป็นศูนย์กลางข้อมูลในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ไว้บนแผนที่เดียว

 

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง

 

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง

 

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง

 

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง

นายนนทพรรษ จิตรรังสรรค์ หรือ "น้องธีร์" วัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุจิปุลิ จังหวัดฉะเชิงเทรา พัฒนาเว็บ “ฉะเชิงเทราฟลัดเวอเซลแอป” (Chachoengsao Floodverse App) ร่วมกับ นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช หรือ "ท็อป" แอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว"

 

"น้องธีร์" ม.6 วัย 17 ปี จับมือแอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" สร้าง "เว็บรายงานน้ำท่วมฉะเชิงเทรา" แบบเรียลไทม์ ใช้เวลาสร้างเพียง 4 ชั่วโมง

นายณฐฤทธิ์ หนุนพระเดช หรือ "ท็อป" แอดมินเพจ "เรารักแปดริ้ว" และยังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา (รหัสเรียกขาน ประชา 01) 

 

แพลตฟอร์มดังกล่าวเปิดให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรายงานสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ ทั้งระดับน้ำ จุดที่เกิดน้ำท่วม รวมถึงแนบภาพและระบุช่วงเวลาที่รายงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามภาพสถานการณ์จริงจากถนนและจุดต่าง ๆ ที่มีกล้องติดตั้งอยู่

 

ทีมพัฒนายังมีแนวคิดต่อยอดระบบในอนาคต ให้ประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านแพลตฟอร์มได้โดยตรง และส่งต่อข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น หลังเปิดใช้งานประมาณ 3 วัน แพลตฟอร์มได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยมีผู้เข้ามาใช้งานและกดรายงานสถานการณ์แล้วประมาณ 2 ล้านครั้ง

 

🔵จากประสบการณ์กู้ภัย สู่ศูนย์กลางข้อมูลน้ำท่วม

 

นายณฐฤทธิ์ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การทำงานกู้ภัยและลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติ ทำให้เห็นปัญหาว่า เมื่อเกิดเหตุ ข้อมูลสถานการณ์ต่าง ๆ มักกระจายอยู่ตามโทรศัพท์ กลุ่มแชต และสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้ประสบภัยและผู้ที่พร้อมเข้าไปช่วยเหลืออาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว

จึงเกิดแนวคิดสร้างแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางข้อมูลภัยพิบัติ โดยนำข้อมูลจากประชาชน อาสาสมัคร และแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มารวมไว้บนแผนที่เดียว ประชาชนสามารถปักหมุดจุดขอความช่วยเหลือ รายงานระดับน้ำ แจ้งสถานการณ์ พร้อมแนบภาพและระบุช่วงเวลาของข้อมูล ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและประสานงานช่วยเหลือได้

 

นายณฐฤทธิ์ มองว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งสำคัญไม่แพ้การช่วยเหลือคือการรู้ว่า ใครกำลังเดือดร้อน อยู่ที่ไหน และต้องการความช่วยเหลืออะไร ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงไม่ได้ต้องการเป็นเพียงเว็บไซต์รายงานน้ำท่วม แต่ต้องการพัฒนาให้เป็นระบบที่เกิดจาก “ข้อมูลของประชาชน เพื่อประชาชน” และนำข้อมูลไปสู่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้จริง

 

🔵เด็ก ม.6 ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงสร้างระบบ

 

ด้าน “น้องธีร์” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาร่วมโครงการว่า ก่อนหน้านี้ได้พบกับพี่ท็อปที่ห้างสรรพสินค้า ขณะที่ตัวเองเดินทางไปเป็นจิตอาสาที่จุดรับบริจาค เพื่อช่วยแพ็กสิ่งของสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ หลังจากพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการข้อมูล น้องธีร์จึงสนใจและเสนอตัวเข้ามาช่วย เพราะมองว่าความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีสามารถนำมาช่วยเหลือคนในพื้นที่ได้ จากนั้นใช้เวลาเขียนเว็บไซต์ประมาณ 4 ชั่วโมง จนสามารถพัฒนาระบบออกมาเป็นรูปเป็นร่างและนำมาใช้งานรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ได้

 

แม้ปัจจุบันน้องธีร์จะเรียนอยู่ชั้น ม.6 สายบริหาร แต่โรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนทำโครงการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้มีพื้นฐานด้านการพัฒนาเว็บไซต์และระบบต่างๆ และสามารถนำความรู้ที่มีมาปรับใช้กับสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว น้องธีร์ยังมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีจากการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และนวัตกรรมที่ประเทศไต้หวัน ก่อนผ่านเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และทำผลงานติดอันดับท็อป 6 ของการแข่งขัน

 

🔵จากเด็กที่ย้ายมาอยู่แปดริ้ว สู่การใช้เทคโนโลยีช่วยบ้านเกิด

 

สำหรับน้องธีร์ ย้ายตามแม่มาอยู่ จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ หรือช่วงชั้น ป.5 และใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาโดยตลอด โดยแม่ของน้องธีร์เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสุจิปุลิ ใน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ น้องธีร์มองว่าคนในพื้นที่จำเป็นต้องช่วยเหลือกัน และหากความรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีสามารถนำมาช่วยผู้ประสบภัยได้ ก็พร้อมนำความรู้ดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะในสถานการณ์ภัยพิบัติ “ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยชีวิตคนหนึ่งคนได้”

 

🔵รพ.พุทธโสธร ขอรับกระสอบทรายรับมือน้ำท่วม

 

ขณะเดียวกัน สถานการณ์อุทกภัยใน จ.ฉะเชิงเทรา ยังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่ในหลายอำเภอยังคงมีน้ำท่วมขัง ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และมีผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่แล้วนับพันราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรายังคงเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด โรงพยาบาลพุทธโสธร โรงพยาบาลประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ประกาศขอรับกระสอบทรายหลายพันถุง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม หลังหลายพื้นที่ยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในระยะเวลาอันใกล้

 

ท่ามกลางวิกฤตครั้งนี้ การนำเทคโนโลยีมาช่วยรวบรวมข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการทำให้ข้อมูลสถานการณ์น้ำและจุดที่ต้องการความช่วยเหลือถูกส่งต่อถึงผู้ที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น (สามารถเข้าชมแพลตฟอร์มได้ที่: https://chachoengsao-flood.vercel.app)
 

 

 

 

ข่าวล่าสุด