จากการประชุมร่วมกับสำนักงานเขตต่างๆ พบว่าพื้นที่ประสบภัยหนักอย่างเขตบางกะปิและเขตลาดกระบัง ไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบหรือใช้บริการร้านอาหารในพื้นที่ได้อีกต่อไป ทำให้ต้องขอรับการสนับสนุนอาหารจากส่วนกลางรวม 60,000 ชุดต่อมื้อ
เนื่องจากครัวของสำนักพัฒนาสังคม กทม. มีกำลังการผลิตสูงสุดเพียง 10,000 ชุดต่อมื้อ จึงได้ประสานสำนักการศึกษาให้นำครัวของโรงเรียนในสังกัด กทม. มาช่วยปรุงอาหารแล้วรวบรวม เพื่อลดอุปสรรคการจัดหาวัตถุดิบและการแพ็คอาหารในพื้นที่น้ำท่วม โดยมีการแบ่งโซนจัดส่ง ดังนี้ โซนบางเขนและสายไหม จะปรุงแล้วนำมาส่งรวบรวมที่โรงเรียนวิชูทิศ ก่อนกระจายต่อ และโซนตะวันออก ให้จัดส่งตรงไปยังโรงเรียนใกล้เคียงพื้นที่ประสบภัยทันทีเพื่อความรวดเร็ว
🔵การขนส่งและสิ่งของที่ยังต้องการเร่งด่วน
ทั้งนี้ กทม. ได้รับการสนับสนุนยานพาหนะลุยน้ำจากหลายภาคส่วน อาทิ รถทหาร ไปรษณีย์ไทย และหน่วยงานโลจิสติกส์ต่างๆ เพื่อเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาด โดยกำหนดการปล่อยรถกระจายอาหารกล่องจะเริ่มออกจากศูนย์ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องนำไปปรุงซ้ำ ทั้งนี้ มีกำลังพลจากเจ้าหน้าที่ทหาร จิตอาสา ครู และนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ร่วมแพ็คสิ่งของและขนย้าย พร้อมเปิดรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการเข้ามาช่วยงานหรือให้กำลังใจทีมทำงาน
สำหรับสิ่งที่ยังต้องการรับบริจาคอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ข้าวกล่องพร้อมทาน ถุงยังชีพ รวมถึงนมผงและนมกล่องสำหรับเด็กเล็กและเด็กวัยประมาณ 4 ขวบ
🔵ช่องทางแจ้งเหตุและการช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเชิงรุก
ด้านการแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ เนื่องจากสายด่วน 1555 และ 1669 มีผู้ใช้งานจำนวนมากจนโทรติดยาก กทม. แนะนำให้ประชาชนแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์) เนื่องจากระบบจะบันทึกข้อมูลและพิกัดเขตอย่างถูกต้อง เป็นข้อมูลดิจิทัลที่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทีมงาน กทม. ได้ค้นหาข้อมูลผู้ขอความช่วยเหลือเชิงรุกในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับแจ้งกว่า 200 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าถึงและให้การช่วยเหลือแล้ว 182 คน ส่วนการดูแลผู้ป่วยโรคไต ศูนย์บริการสาธารณสุขและสำนักการแพทย์ พร้อมเข้าดูแลทั้งผู้ป่วยฟอกเลือดและผู้ป่วยฟอกไตทางหน้าท้อง หากขาดแคลนอุปกรณ์หรือเดินทางไปศูนย์ฟอกไต ไม่ได้ สามารถแจ้งเรื่องเพื่อจัดรถรับ-ส่งทันที
🔵การเตรียมความพร้อมจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย
นอกจากนี้ กทม. ยืนยันว่าจะมีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจริงตามหลักเกณฑ์มาตรฐานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยยึดแนวทางปฏิบัติที่เคยใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่เขตลาดกระบังเมื่อปี 2565 และขณะนี้กำลังรอการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาล