🔵ชี้เป็นภัยธรรมชาติ ปริมาณฝนเกินศักยภาพการระบาย
นพ.เอกภพ ระบุ ซึ่งระบบของชลประทานในพื้นที่กรุงเทพฯ พอรู้ว่ามีการพยากรณ์ฝน สำนักระบายน้ำรวมไปถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ก็พร่องน้ำเตรียมไว้แล้ว แต่ระดับน้ำที่ระบายได้น้อยกว่าปริมาณฝนจริง จึงเป็นบทเรียนว่าการดำเนินการต่อไปจะต้องมีการขยายระบบ อย่างที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าจะต้องมีการทำระบบท่อที่เป็นทางส่งน้ำให้มากขึ้น และนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญว่าพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ จึงมีระบบตัดน้ำตั้งแต่ จังหวัดชัยนาท ป่าสัก มาลงอ่าวไทย ไม่ให้กองอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี หรือนนทบุรี ซึ่งแผนระยะยาวได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
🔵เลิกมองหาคนผิดเพื่อปัดความรับผิดชอบ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ในทุกเหตุการณ์เรามักจะหาคนผิดและโบ๊ยไปที่คนผิด อาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เพื่อปัดความรับผิดชอบไป แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของทุกคนและทุกหน่วยงานที่จะต้องร่วมมือกัน ที่ผ่านมาอาจจะคิดว่ากรุงเทพฯ ผู้ว่าฯ ชัชชาติจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับมาโดยตลอดว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ใด ให้ทุกหน่วยงานเข้ามาให้ความร่วมมือและดำเนินการร่วมกัน
"เพราะฉะนั้นเมื่อฝนตก ประชาชนเขาไม่ได้ถามหรอกว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบฝนก้อนนี้ แต่ทุกคนต้องมารวมกัน ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่คิดว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปหาคนว่าใครผิด ใครช้า ใครไม่ช้า เราถอดบทเรียนและดูว่าที่ผ่านมาได้เตรียมการดีพอแล้วหรือยัง หากเตรียมการดีพอแล้วการบริหารจัดการมีอะไรบกพร่อง และจะทำอย่างไรให้เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้าย