ชัชชาติรับ คลองประเวศระบายยาก คาด 7 วันกู้น้ำท่วมลาดกระบัง
28 ก.ย. 2569 | titayu_pur

'ชัชชาติ' ยอมรับระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ยากสุด เหตุลำน้ำคดเคี้ยว คาดใช้เวลา 7 วันคลี่คลายชุมชนลาดกระบัง พร้อมเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย 6-7 หมื่นคน
ข่าว
28 ก.ย. 2569 | titayu_pur

'ชัชชาติ' ยอมรับระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ยากสุด เหตุลำน้ำคดเคี้ยว คาดใช้เวลา 7 วันคลี่คลายชุมชนลาดกระบัง พร้อมเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย 6-7 หมื่นคน
KEY
POINTS
28 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์ น้ำท่วมกรุงเทพ ล่าสุดหลังพื้นที่ฝั่งตะวันออกเจอมรสุมฝนตกหนัก โดยเปิดเผยว่า น้ำท่วมลาดกระบัง ยังวิกฤตเนื่องจากคลองประเวศบุรีรมย์ คดเคี้ยวระบายยาก จึงประสานทัพเรือและกรมชลฯ เร่งผลักดันน้ำลงสู่พระโขนง คาดใช้เวลา 7 วันในการกู้พื้นที่ชุมชน พร้อมสำรวจผู้ได้รับผลกระทบกว่า 7 หมื่นรายเพื่อดำเนินมาตรการ เยียวยาน้ำท่วม ตามหลักเกณฑ์ ปภ. โดยนายชัชชาติ ย้ำเร่งดันอุโมงค์ระบายน้ำแก้ระยะยาว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ประจำวันที่ 28 กันยายน 2567 ถึงสถานการณ์น้ำโดยเฉพาะในพื้นที่ลาดกระบังที่ยังคงวิกฤต ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาเพิ่ม 60 มิลลิเมตรในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่มีนบุรีลงมาถึงลาดกระบัง ซึ่งถือว่าน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมามาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาถึง 200 มิลลิเมตร ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วง 3 วันหลังจากนี้ปริมาณฝนจะลดน้อยลง ซึ่งจะเป็นจังหวะที่ดีในการเร่งระบายน้ำ
โดยสถานการณ์น้ำหลักโดยเฉพาะในพื้นที่คลองแสนแสบดีขึ้น ช่วยดึงน้ำแถวคลองจั่นและบางกะปิได้ ส่วนคลองเปรมประชากรสถานการณ์ดีขึ้น เห็นได้จากปริมาณน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตที่เริ่มคลี่คลาย สำหรับพื้นที่ที่ยากที่สุดคือคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งต้องดึงน้ำจากลาดกระบังมายังสถานีสูบน้ำพระโขนงที่มีความคดเคี้ยวค่อนข้างมาก โดยที่ประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่มีเครื่องผลักดันน้ำ เช่น กรมชลประทาน และกองทัพเรือ เข้ามาช่วยสนับสนุนการผลักดันน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์สู่ประตูระบายน้ำพระโขนง
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า หลักการระบายน้ำต้องเร่งให้เร็วที่สุด โดยสามารถสูบน้ำได้วินาทีละประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร และทุกเครื่องสูบน้ำทำงานอย่างเต็มกำลัง ซึ่งคลองหลักจะใช้เวลาในการผลักดันน้ำประมาณ 2 วัน แต่ในส่วนของชุมชนต้องทยอยระบายออก คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน
ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ กล่าวถึงพื้นที่แก้มลิงบึงหนองบอนว่า ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำเข้าไปยังบึงหนองบอนมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อเชื่อมจากคลองประเวศเข้าสู่บึงหนองบอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง โดยปัจจุบันบึงหนองบอนสามารถบรรเทาสถานการณ์น้ำได้เพียงพื้นที่รอบถนนเฉลิมพระเกียรติเป็นหลัก แต่ในอนาคตหากโครงการแล้วเสร็จก็จะสามารถช่วยได้มากขึ้น
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมว่า ทุกเขตจะต้องจัดทำข้อมูลผู้ที่ต้องการรับความช่วยเหลือ ทั้งผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ต้องการอาหาร ซึ่งคาดการณ์ว่ามีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 6-7 หมื่นคน โดยทุกเขตจะต้องรับผิดชอบพื้นที่ของตนเอง
ขณะที่การชดเชยเยียวยา นายชัชชาติ กล่าวว่า จะยังคงใช้หลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เนื่องจากมีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ประชาชนสามารถเก็บหลักฐานต่างๆ เพื่อรับการเยียวยาต่อไป ซึ่งถือเป็นหลักการปกติที่ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนจะมีการเยียวยาพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่นั้น คงต้องรอรัฐบาลพิจารณา
เมื่อถามว่า หลังจากนี้คาดการณ์ว่าจะมีน้ำท่วมอีกหรือไม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนักในปริมาณใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่หาดใหญ่ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็อาจเกิดขึ้นได้อีก ไม่ว่าจะในปีนี้หรือปีหน้า เป็นสิ่งที่เราต้องระวังและวางแผนในระยะยาว พร้อมย้ำว่าจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เช่น อุโมงค์ผันน้ำ ที่จะเชื่อมโยงไปยังจุดต่างๆ ได้มากขึ้น และต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด