“ดร.เอ้” ในฐานะผู้ประสบภัย สะท้อนปัญหาจัดการน้ำ กทม. 2 ข้อใหญ่
28 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“ดร.เอ้” ในฐานะผู้ประสบภัย สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่จริง 2 ข้อใหญ่ ไม่ละเอียด – ประมาท รู้ว่าพยากรณ์อากาศฝนจะมา แต่ไม่พร่องน้ำในคลองเอาไว้รอ
ข่าว
28 ก.ย. 2569 | prisana_tha

“ดร.เอ้” ในฐานะผู้ประสบภัย สะท้อนปัญหาการบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่จริง 2 ข้อใหญ่ ไม่ละเอียด – ประมาท รู้ว่าพยากรณ์อากาศฝนจะมา แต่ไม่พร่องน้ำในคลองเอาไว้รอ
KEY
POINTS
28 กันยายน 2569 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะผู้ประสบภัย โดยพักอยู่หมู่รอยัลกอล์ฟ ลาดกระบัง หนึ่งในพื้นที่น้ำท่วมกทม.อย่างหนัก ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand 28 ก.ย. 69 ปมชำแหละระบบบริหารน้ำ “ชัชชาติ” ทั้งมอนิเตอร์สถานการณ์ และการระบายน้ำของกทม. ว่า “ก่อนหน้านี้ทำไมไม่พร่องน้ำคลองให้ต่ำที่สุดทั้งที่ฝนกำลังจะมา สุดท้ายแป๊บเดียว คลองทะลักแล้วเพิ่งแห่สูบน้ำทันที ยังไงก็ไม่รอด นี่คือความผิดพลาดที่ทำให้คนกรุงเทพฯจมน้ำฉับพลัน ตอนนี้สาหัสมาก ตอนนี้น้ำขึ้นสูง เมื่อวาน(27 ก.ย. 69)ไปช่วยแม่ภรรยาที่บ้านหน้าหมู่บ้านน้ำทะลักถึงคอ และคุณแม่ไม่สบายมาก"
ดร. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม ณ ปัจจุบันว่า “ตอนนี้น้ำขึ้นตลอด เมื่อคืนไม่หยุดเลย น้ำนอกหมู่บ้านสูงขึ้นตลอด เพราะเป็นเครือข่ายคลองประเวศบุรีรมย์ พอสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้านทานไม่อยู่ คลองแขนงล้นหมดแล้ว บ้านผมคลองมอญ ทะลักไม่มีชิ้นดี คุณแม่คุณพ่อวัย 90 ปี ลูก 2 ขวบ คืนก่อนไม่สบายผมก็ห่วงว่าตัวเล็กจะเป็นอะไร เราจะออกไปยังไง ตอนนี้เราเป็นผู้ประสบภัยโดยสมบูรณ์ ตอนนี้ถ้ามีรถจีเอ็มซี มาช่วย เอาคนเข้ามา เราสั่งกระสอบทรายไว้มาอุดรูที่มันหนักๆ ตอนนี้ไม่ไหว ไม่รู้จะรอดได้อีกกี่นาที ฝนเพิ่งตกอีก ตอนนี้ยังตัวเปียกอยู่เลย เราไม่คาดคิดว่าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ย้ายไม่ทัน เรามีแต่ผู้สูงอายุ และเด็กเล็กที่บ้าน”
ดร.เอ้ กล่าวถึงปัญหาการพร่องและการระบายน้ำของกทม. ว่า “หย่อมความกดอากาศพาดผ่าน ฝนแช่ รู้ล่วงหน้า 3-4 วัน ปัญหาของผู้มีอำนาจรับผิดชอบ คือ ไม่ละเอียด กับ ประมาท ฟันธงเลย 2 เรื่องนี้ ทำให้เราต้องเจอน้ำท่วมฉับพลัน”
ดร.เอ้ กล่าวด้วยว่า กรมอุตุฯ รู้ล่วงหน้ามาพักหนึ่ง ฝนตกไล่มาตั้งแต่เวียดนาม ภาคตะวันออก และวันที่ 21 ก.ย. กรมอุตุฯบอกชัดว่ามาตกที่กทม. ผมขับรถข้ามคลองไปส่งลูกทุกวัน เห็นน้ำปริ่มตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. ถ้าเกิดฝนตกก็ท่วมเข้ามา และพอวันที่ 21 ก.ย. - 24 ก.ย. น้ำท่วมคลองประเวศฯ ลาดกระบังไม่ลดเลย ฝนตกแป๊บเดียววันที่ 24 ก.ย.ท่วมแล้ว วันที่ 25 ก.ย. เราไม่รอดเลย จากนั้นวันที่ 26-27 ก.ย.จบเลย แค่วันเดียวน้ำก็ท่วมลาดกระบังแล้ว แล้วยังมีน้ำที่ต้องรับมาจากมีนบุรี ผ่านคลองสามวา ผ่านคลองประเวศฯ ซึ่งต้องเดินทางไปถึงสถานีสูบน้ำพระโขนงที่คลองเตย
“ทำไมผมรู้สึกเสียใจ เพราะเคยเกิดเหตุเมื่อ ก.ย.65 มาแล้ว วันนั้นก็อ้างบอกว่าฝนตกเยอะ เวลาผ่านไปนานเรามีประสบการณ์ อันนี้เป็นจุดตายของคนแถวนี้ ลักษณะนี้อีก 1 สัปดาห์ก็เหนื่อย เราไม่รู้จะรอดยังไง มันไม่มีทางเลย เพราะสายเกินไปที่จะมาเร่งสูบน้ำตรงนี้ สมัยก่อนเขายังเปิดเผยว่ามีเครื่องสูบน้ำ 44 ตัว ทำงาน 10 ตัว ซึ่งตอนนี้เข้าไปดูไม่ได้เลย เขาไม่บอกเลย"
เมื่อถามว่า ถ้าช่วงวันที่ 21-24 ก.ย. ถ้าเขาพร่องน้ำในคลอง ก็อาจช่วยได้บ้าง ใช่ไหม ดร.เอ้ กล่าวว่า “ผมไม่ได้พูดในฐานะผู้ประสบภัยอย่างเดียว ผมในฐานะศาตราจารย์ด้านดินด้านน้ำ ที่จริงต้องพร่องก่อน แล้วการพร่องน้ำไม่ได้พร่องวันเดียว มันต้องรอจังหวะ ต้องมีการบริหารที่ละเอียด ต้องค่อยๆพร่องไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน เพื่อให้น้ำไปถึงสถานีสูบน้ำพระโขนง แล้วรอจังหวะที่แม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นลง พอลงสูบขึ้น แต่ตอนนี้ข้อพิสูจน์ คือ เครื่องสูบน้ำ 40 กว่าตัว ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะน้ำไม่ไป นี่คือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คือ ความไม่ละเอียด ความประมาท”
เมื่อถามถาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์เมื่อวาน(27 ก.ย. 69) บอกว่าท่อไม่ได้ตัน แต่คลองเต็ม แล้วอุโมงค์ยักษ์ที่ลงทุนไปหลายหมื่นล้านเกือบแสนล้าน ช่วยอะไรได้บ้าง หรือไม่ช่วยอะไรเลย ดร.เอ้ กล่าวว่า ดีใจที่นายชัชชาติพูดอย่างนั้น เพราะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเส้นเลือดฝอยที่ประชาชนเชื่อไป มันไม่จริงเลย เพราะกรุงเทพฯที่ผมย้ำ ต่อให้ไม่ทิ้งขยะแม้แต่ชิ้นเดียว กรุงเทพฯก็ไม่รอด ถ้าไม่จัดการเส้นเลือดใหญ่ คือ คลอง เพราะน้ำในซอยต้องปั๊มขึ้นถนน ถนนต้องปั๊มไปคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองประเวศฯและไปปั๊มขึ้นเจ้าพระยา ฉะนั้นเส้นเลือดใหญ่คือหัวใจของเมืองปั๊มอย่างเรา
ดร.เอ้ กล่าวว่า พอกลับมาที่อุโมงค์อยู่ตรงไหนบ้าง จุดสำคัญที่ทำให้คลองแสนแสบ เสรีไทย นิด้า คลองจั่น จมก็คือน้ำตรงนั้นไปไม่ถึงคลอง ไปไม่ถึงปล่องอุโมงค์ มีปล่องอยู่จุดตัดทางด่วนอาจณรงค์-รามอินทรา กับ พระราม 9 ตรงบึงพระราม 9 น้ำไปถึงตรงนั้นช้า อุโมงค์ก็คือหม้ายขันหมาก ระบบคลองเมื่อมันสูงแล้วจะไหลไปถึงอุโมงค์ยังไง ดังนั้นอุโมงค์เป็นสิ่งที่ควรทำมากขึ้น แต่ระบบเส้นเลือดใหญ่ การจัดการคลองแสนแสบ ประเวศเพื่อที่จะเชื่อมน้ำไปถึงอุโมงค์มันไม่ประสบความสำเร็จ
เมื่อถามว่า ครั้งนี้ปัญหาเส้นเลือดใหญ่ คลองมันเต็ม ไม่ได้พร่อง แล้วน้ำไปไม่ถึงปล่องของอุโมงค์ จะแก้ไขอย่างไร เพราะเกิดทุกปี ดร.เอ้ กล่าวว่า “มันไม่ใช่แค่ปี 54 ในความสาหัสของเรา นี่แค่น้ำฝน น้ำเหนือยังไม่มา และถ้าน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น ผมคิดว่ากรุงเทพฯนี่ซมเลย ถ้าเกิดถัดไปอีก 1 เดือน ไม่กล้าจินตนาการกรุงเทพฯจะเป็นยังไง จาก ก.ย.65 ถึงวันนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมก็เสียใจ”
ด้านการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เร่งด่วน ถึงวันนี้จะสายเกินไป แต่สุดท้ายแล้วหนทางเร่งด่วนคือปั๊มน้ำ เรามีไฟฟ้า ไม่ขาด แล้วกทม.ชอบเติมน้ำมัน ไม่ใช่ไฟฟ้า ซึ่งปั๊มต้องระดมเขตพื้นที่อย่างลาดกระบัง คลองจั่น ต่อให้สูบย้อนก็ต้องสูบไปก่อน นอกจากเอาคันดินมาปิดน้ำไม่ลด ยังไงก็ต้องสูบ สูบ 20 ชม.ให้คนในบ้านอยู่ได้ นี่คือสิ่งที่ทำได้ตอนนี้เท่านั้น เพราะน้ำตอนถึงจุดนี้สายเกินไป น้ำจะเดินทางไปสถานีสูบน้ำได้ระยะทางประมาณ 20 กม. แล้วเครื่องสูบน้ำก็ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ดังนั้นหนทางรอดของพื้นที่น้ำท่วมสูงอย่าง ร่มเกล้า ลาดกระบัง คลองจั่น คือเครื่องสูบน้ำเท่านั้นระดมเข้ามา สูบให้เขามีชีวิตอยู่ได้