2️⃣ ว่าด้วยเรื่องเขตอำนาจศาล ระหว่างศาลอาญา กับศาลจังหวัดนนทบุรี
ถาม ศาลอาญาพิจารณาตัดสินคดีแตงโม ของศาลจังหวัดนนทบุรีได้ไหม
ตอบ เขตอำนาจศาลเป็นไปตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม คำพิพากษาศาลลงโทษผู้กระทำผิดต้องเป็นไปตามกฎหมาย ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การที่จะลงโทษ ลิดรอนสิทธิของบุคคลใด ต้องเป็นไปภายใต้บทบัญญัติตามกฏหมายเท่านั้น และผู้ตัดสินต้องมีอำนาจตามกฎหมาย คดีการเสียชีวิตของดาราสาว กระบวนการศาลชั้นต้น อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดนนทบุรี ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้อำนาจศาลอาญา พิพากษาตัดสินคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดนนทบุรีได้ ศาลอาญาจึงพิพากษาตัดสินคดีการเสียชีวิตไม่ได้ เพราะเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เว้นแต่จะมีการโอนคดีตามกฎหมาย ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีการโอนคดีแต่อย่างใด
ส่วนคดีหมิ่นประมาท ที่ศาลอาญาพิพากษาพิพากษานั้น เป็นการยกฟ้องตาม ม.329(3) ซึ่งบัญญัติว่า “ ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยขอประชาชนย่อมกระทำ” ศาลอาญาใช้บทบัญญัติดังกล่าวยกฟ้อง แต่คดีที่ศาลยกฟ้อง พนักงานอัยการโจทก์ และผู้เสียหายที่ขอเป็นโจทก์ร่วม ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาแล้ว
ถาม ทราบได้ยังไงว่า คดีหมิ่นประมาท โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์คำพิพากษาแล้ว
ตอบ เนื่องจากผมเป็นทนายความโจทก์ร่วมของ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม จำนวน 1 สำนวนและเป็นทนายความโจทก์ร่วมที่ 2ซึ่งเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี อีกจำนวน 1สำนวน จึงทราบข้อมูลในคดีทั้งสองคดี ซึ่งศาลอาญารับอุทธรณ์ทั้งสองคดีแล้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คดีดังกล่าวจึงยังไม่ถึงที่สุด ส่วนคดีล่าสุดที่เกี่ยวพันกันยังอยู่ในศาลชั้นต้นโดยผมเป็นทนายความโจทก์ร่วม ที่คุณแม่(อัยการดาว)เป็นผู้เสียหายในคดีที่มีการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลจังหวัดนนทบุรี
3️⃣ ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่ รื้อฟื้นคดีได้ไหม
ถาม คดีนี้ รื้อฟื้นคดีใหม่ได้ไหม
ตอบ รื้อได้ แต่ต้องเป็นจำเลยที่คดีถึงที่สุดรื้อ ยกตัวอย่างเช่นนาย อ. รื้อว่ามีพยานหลักฐานใหม่ว่าตัวเองไม่ได้กระทำประมาท เป็นคนอื่นกระทำผิด ถ้าผ่านกระบวนการครบถ้วนศาลมีอำนาจยกคำพิพากษาเดิมและพิพากษาว่าบุคคลนั้นมิได้กระทำผิดได้ และถ้าขอเรียกค่าทดแทนหรือสิทธิคืน ศาลมีอำนาจกำหนดค่าทดแทนหรือการขอรับสิทธิด้วย( พรบ.การรื้อฟื้นคดีอาญาฯ ม.5,6,13)
ถาม แล้วถ้าสมมติมีพยานใหม่ว่า จำเลยไม่ใช่คนกระทำผิด แล้วเงินตามสัญญาประนีประนอมที่กรณีมีการจ่ายล่ะ
ตอบ อยู่ที่คนจ่าย ว่าประสงค์ยังไง และจะให้ศาลมีคำสั่งอย่างไร
ถาม ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่ สอบสวนใหม่ได้ไหม
ตอบ พยานใหม่ ใช้กับกรณีสั่งไม่ฟ้องคดี ให้มีการสอบสวนใหม่ได้ เพื่อลงโทษผู้ต้องหา (ปอ.ม. 147) แต่กฎหมายไม่มีบทบัญญัติให้ใช้กับกรณีที่สั่งฟ้องผู้ต้องหาและศาลพิพากษาไปแล้ว แต่จะนำผู้ต้องหามาสอบสวนเพื่อฟ้องดำเนินคดีซ้ำๆ ยังไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้ ตาม วิอาญามาตรา 39(4)
4️⃣ การร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมฯ กับคดีประมาทฯ มีประเด็นอย่างไร
ถาม การร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาฯเพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่นให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง น่าจะเป็นคนละประเด็นกับคดีประมาทใช่ไหม
ตอบ การบิดเบือนฯเพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่นให้ไม่ต้องรับโทษฯสาระสำคัญคือ เพื่อให้บุคคลอื่นไม่ต้องรับโทษอะไร เป็นองค์ประกอบ เพราะการฟ้องคดี ต้องบรรยายสาระสำคัญ ....ดังนี้
“ข้อ 1)..(ย่อ)..เมื่อวันที่.......เพื่อให้การช่วยเหลือ นาย/นางสาว..... ผู้ต้องหาซึ่งได้กระทำความผิดฐาน......(สมมติตั้งธงเป็นฆ่า....)ตามคดีอาญาที่....ของ.....(หน่วยงานที่ทำการสอบสวน) ด้วยวิธีการช่วยโดย.......”
สาระสำคัญที่ ช่วยคนร้ายไม่ให้รับโทษ จึงต้องใส่ว่าโทษอะไร เพราะถ้าเป็นโทษฐานประมาท อัยการก็ฟ้องคดีไปแล้ว ส่วนคำพิพากษาของศาลเป็นดุลพินิจ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมาย
แต่ถ้าเป็น กรณีช่วยคนร้าย ไม่ให้รับโทษฐานฆ่าคนตาย ต้องปรากฏว่า มีการสอบสวนมีระบุชื่อผู้ต้องหาที่เป็นคนร้ายว่า ใครฆ่า ด้วยวิธีการใด ปรากฎการสอบสวนตามกฎหมาย จึงจะบรรยายถึงวิธีการช่วยที่เป็นการบิดเบือน การสอบสวนว่ามีความผิด “ฆ่า”จริง จึงเป็นสาระสำคัญ ซึ่งในการสืบพยานปกติต้องส่งหลักฐานในชั้นสอบสวนด้วย ส่วนการสืบสวนเป็นการแสวงหาข้อเท็จริงและหลักฐาน ตาม ปวิอาญา ม.2(10) ผลทางกฎหมายจึงต่างจากการสอบสวน
5️⃣ การส่งหนังสือหรือสำนวนไป ปปช. กับการออกเลขในการรับหนังสือ
ถาม ทำไมมีข่าวว่า ดีเอสไอ ส่งหนังสือสำนวนไป ปปช.
ตอบ การทำหนังสือถึงหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนส่งหนังสือ ประชาชนแจ้งความ หรือหน่วยงานรัฐเช่น ดีเอสไอ ส่งหนังสือ หรือสำนวนสืบสวนถึง ปปช.ที่เป็นหน่วยงานรัฐเช่นกัน เป็นปกติที่ ปปช.ออกเลขรับหนังสือให้เป็นงานสารบัญ เช่นเดียวกับการฟ้องคดีที่ศาล ศาลก็จะออกเลขคดีดำให้ ออกเลขส่วนหนึ่ง แต่ศาลจะรับฟ้องหรือเปล่า ต้องอีกขั้นตอนหนึ่ง แม้แต่คดีของพนักงานอัยการไปฟ้อง ถึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดศาลก็ออกเลขดำให้ เป็นการออกตามระบบ เมื่อศาลรับแล้ว ก็อาจยกฟ้อง ออกเลขแดงต่อไป เป็นระบบของศาล(ฏีกาที่274/2546บรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิด)
เมื่อยื่นเอกสาร ถ้าหน่วยงานไม่รับหนังสือ ไม่รับเรื่องหรือไม่ออกเลขรับ เช่นไม่รับแจ้งความ ทนายบางคน หรือชาวบ้านแรงๆ อาจจะถูกดำเนินคดี หรือมีเรื่องได้ ส่วนเนื้อหาข้างในอีกเรื่อง คนนอกคงไม่มีใครรู้ เพราะเมื่อรับแล้วเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณา ว่าจะดำเนินการให้ คืนเรื่องมา หรือรับเรื่องแล้วยุติ บางทีก็เก็บเงียบไปก็มี ในส่วนดุลพินิจของ ปปช.ก็เป็นไปตามกฎหมาย และการจะดำเนินคดีส่งฟ้องใคร ปปช.ก็ต้องผ่านการสอบสวนตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
6️⃣ ถ้าเป็นชั้นสืบสวน ดีเอสไอ ส่งสำนวนสืบสวนไป ปปช .ได้ไหม
ถาม ดีเอสไอ มีอำนาจส่งสำนวนไป ปปช. ได้ยังไง
ตอบ ถ้าเป็นคดีที่เป็นการสอบสวนของดีเอสไอ การส่งเรื่องคดีพิเศษไป ปปช ตามม.21/1พรบ.คดีพิเศษ เป็นกรณีที่มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษตามกฎหมาย (ที่ผู้กระทำผิดคดีพิเศษ) ต้องส่งไป ปปช.ภายใน 30 วัน และในระหว่างส่งสำนวนไป ปปช.ดีเอสไอ มีอำนาจสอบสวนไปพลางก่อนก็ได้ เพื่อรอมติของ ปปช.ว่าจะรับไว้ตามกฎหมายหรือไม่
ผู้กระทำผิดต้องเข้าหลักเกณฑ์คดีพิเศษ กฎหมายจึงให้ส่งไป ปปช. และต้องมีการร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษตามกฎหมาย แต่กรณีถ้ายังไม่มีการร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษ แค่สงสัย มีแนวโน้มหรือแค่อาจ (คือยังไม่ฟันธง) ในทางกฎหมายคือเป็นการเผื่อ ไม่ยืนยัน มีผลต่างจากยืนยันร้องทุกข์ดำเนินคดี หรือกล่าวโทษ เพราะต้องยืนยันว่า “มี” บุคคลกระทำผิด วิอาญา ม.2(7)(8) ดังนั้น ถ้ายังไม่ฟันธง จึงยังเข้าไม่เข้าหลักเกณฑ์การร้องทุกข์ กล่าวโทษ ตามพ.ร.บ.คดีพิเศษฯ ตามม.21/1
7️⃣ อำนาจ ปปช.ที่จะรับดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
ถาม ปปช.มีอำนาจรับพิจารณาได้ไหม
ตอบ ส่วนของ ปปช.คดีที่ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ (แนวบัตรสนเท่ห์) ตาม ม. 48 พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ และหากตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว จะเสนอเพื่อไม่รับเรื่องได้พิจารณาก็ได้ และถ้าคณะกรรมการ ปปช. มีคำสั่งไม่รับเรื่อง ให้มีหนังสือแจ้งกรณีที่มีการกล่าวหา ม.49พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ)
แต่สาระสำคัญอยู่ที่ว่า “ มีการกระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ ปปช.” เพราะปปช.ย่อมมีอำนาจในคดีที่มีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตต่อหน้าที่ จึงจะเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของ ปปช.เพราะการสืบสวนของหน่วยงานตนเองที่ยังไม่แน่ใจ ยังไม่ฟันธง แต่ส่งให้หน่วยงานอื่น ต้องดูข้อกฎหมายของหน่วยงานอื่นด้วยว่ามีอำนาจไหม
......................................
📌สรุป ให้เข้าใจง่าย
1.) คดีแตงโมผ่านการการสอบสวนของตำรวจแล้ว กระทั่งพนักงานอัยการส่งฟ้อง และศาลมีคำพิพากษาแล้ว ส่วนการสืบสวนของดีเอสไอไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลได้
2.) การสอบสวนเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานฯเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ ส่วนการสืบสวน เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
3.) จนท.และพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ (บางตำแหน่งอำนาจคล้ายตำรวจพิเศษ) ทำคดีได้เฉพาะคดีพิเศษ(ตามกฎหมายและระเบียบ) ถ้าจะรับคดีที่กรมไม่มีอำนาจ ต้องมีมติตามขั้นตอน
4.) คดีการเสียชีวิตของดาราสาวที่ศาลจังหวัดนนทบุรีเท่านั้น จำเลยที่ปฏิเสธ ถ้ามีการอุทธรณ์คดียังไม่ถึงที่สุด ส่วนจำเลยที่รับสารภาพ ศาลพิพากษาจนเลยระยะเวลาอุทธรณ์แล้วจึงถึงที่สุด
5.) ศาลแต่ละศาลมีอำนาจตามเขตอำนาจ ไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลอาญา พิพากษาคดีของศาลนนทบุรีได้
6.) ข้อกฎหมายเรื่องพยานหลักฐานใหม่ ใช้กรณีสั่งไม่ฟ้อง แต่อัยการฟ้องทุกข้อหายังไม่มีกฎหมายให้อำนาจดำเนินคดีซ้ำ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิอาญา ม.39(4)
7.) การรื้อคดี ต้องเป็นฝ่ายจำเลย(คดีถึงที่สุด) ไม่มีกฎหมายให้ผู้เสียหายหรือญาติผู้เสียหายรื้อคดีได้
8.) การส่งหนังสือราชการ การรับหนังสือ ออกเลขเป็นงานสารบัญตามปกติ แต่เนื้อหาต้องพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย ใครจะยื่นหนังสือกับดีเอสไอเพื่อรักษาสิทธิ์ของประชาชนก็ย่อมได้ อยู่ที่ดุลพินิจของดีเอสไอ เผื่อดีเอสไอรับทำให้
9) ข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ให้ต้องรับโทษ สาระสำคัญคือ โทษของผู้ต้องหาต้องระบุข้อหาได้และผ่านการสอบสวนว่าผู้ต้องหากระทำผิดจริง ประสงค์จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษตามข้อหานั้น ส่วนการคาดเดาว่า ผู้ต้องหาน่าจะ มีแนวโน้ม อาจจะ ทำเช่นว่านี้ ในทางกฎหมาย ถ้าหน่วยงานตัวเองยังไม่ชัวร์เลยว่ามีการกระทำผิด จะให้หน่วยงานอื่นชัวร์ได้ยังไง