ส่วนพายุ "Atsani" บริเวณช่องแคบไต้หวัน ดึงกำลังกันอยู่ทำให้พายุทั้งสองตัวไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย และพายุ "โซเดล" ที่อยู่ห่างไกลคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศจีนหรือญี่ปุ่น ดังนั้นอิทธิพลหลักที่ทำให้เกิดฝนในช่วงนี้จึงมาจากร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ โดยฝนจะตกบริเวณขอบด้านตะวันตกของประเทศที่ติดกับประเทศเมียนมา เช่น จ.ตาก, กาญจนบุรี, ระนอง และพังงา ที่จะมีฝนตกหนัก
สำหรับช่วงวันที่ 28-31 สิงหาคมนี้ จะต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำลูกใหม่กับร่องมรสุมที่จะพาดผ่านภาคเหนือ โดยยืนยันว่าพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกทั้ง 3 ลูกจะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมฤดูฝนหรือลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น เนื่องจากเป็นปีที่เผชิญปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ทำให้เกิดพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกค่อนข้างมาก สภาพฝนบ้านเราจึงไม่มีปัจจัยพายุเข้ามาซ้ำเติมโดยตรง แต่จะมีผลทางอ้อมในการดึงความชื้นและทำให้พื้นที่ภาคอีสานมีฝนค่อนข้างมากเช่นกัน
เปิดไทม์ไลน์สถานการณ์ฝน 25 ส.ค. - 1 ก.ย. 69
- 25-28 สิงหาคม: ปริมาณฝนอยู่บริเวณขอบนอกของประเทศ ฝนตกหนักทางซีกด้านตะวันตกจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
- 26 สิงหาคม: จังหวัดน่านและอุตรดิตถ์ จะเริ่มมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก แต่ยังไม่ถึงขั้นน้ำท่วมรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา
- 27 สิงหาคม: มีฝนตกหนักบริเวณ อ.แม่สอด จ.ตาก, อ.อุ้มผาง, และ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- 28-29 สิงหาคม: เริ่มเห็นสัญญาณฝนตกหนักทางภาคเหนือกลับเข้ามาอีกครั้ง
- 30 สิงหาคม - 1 กันยายน: จ.เชียงราย, น่าน, อุตรดิตถ์ และลุ่มแม่น้ำโขง คาดว่าจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำตัวใหม่เข้ามา ทำให้มีฝนแช่อยู่ทางภาคเหนือต่อเนื่อง เนื่องจากความชุ่มน้ำของภาคเหนือสะสมเต็มที่ หากมีฝนเติมลงมาเพิ่มจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยหย่อมความกดอากาศต่ำตัวใหม่นี้จะเกิดขึ้นบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ แต่ไม่ใช่ลักษณะพายุที่เคลื่อนเข้ามาแบบพายุ "วิภา" ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคอีสาน ช่วงนี้ฝนยังน้อย แต่ในช่วงวันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป ภาคอีสานจะเริ่มมีฝนหนักเข้ามาพอสมควร จึงฝากเตือนประชาชนในประเทศไทยตอนบน ภาคเหนือ และภาคอีสาน ให้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์น้ำในภูมิภาค:
- ศูนย์ภาคเหนือ: คาดการณ์ช่วงวันที่ 23-24 สิงหาคม 2569 มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ได้สั่งการให้แต่ละจังหวัดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
- อุตุฯ อุตรดิตถ์: รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำน่าน จากฝนที่ตกทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสิริกิติ์ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา จำนวน 481.33 ล้านลูกบาศก์เมตร (หรือ 71.64%) จากเดิมที่มีน้ำ 50% ปัจจุบันเขื่อนได้ลดการปล่อยน้ำเนื่องจากอิทธิพลของเอลนีโญที่อาจทำให้เกิดภัยแล้ง โดยฝนสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบันมีเพียง 500 กว่ามิลลิเมตรเท่านั้น
- อุตุฯ น่าน: ได้ส่งข้อมูลเรดาร์รายงานทุกครึ่งชั่วโมงเพื่อให้หน่วยงานรับมือได้ทันท่วงที
- เพชรบูรณ์: สถานการณ์ภัยคลี่คลายแล้ว ที่ อ.หล่มสัก น้ำล้นตลิ่งเขตเทศบาลกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ปภ. ยังคงแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง
- ลำปาง: เขื่อนกิ้วคอหมามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 70% โดยช่วงวันที่ 30-31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2569 โมเดลพยากรณ์คาดจะมีฝนตกหนักมาก ซึ่งอุตุฯ ส่วนกลางระบุว่าฝนส่วนใหญ่อยู่ฝั่งตะวันตกของประเทศ จึงขอให้เฝ้าระวังเช่นกัน
- ตาก: สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดตากแจ้งว่า อ.สามเงา มีฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ส่วน อ.แม่สอด แม่น้ำเมยล้นตลิ่งจากฝนที่ตกในฝั่งเมียนมา แต่มีการเตรียมการเก็บข้าวของทันจึงไม่ได้รับความเสียหาย