เยียวยาด่วน! รายละ 3 แสนบาท เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ล็อตแรก 14 ราย
20 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

เยียวยาด่วน! รายละ 3 แสนบาท เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ล็อตแรก 14 ราย แจงปมดราม่าเงินภาษี ชงตั้ง "กองทุนเหยื่อคดีอาญา" ไล่เบี้ยคนผิดลดภาระรัฐ
ข่าว
20 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

เยียวยาด่วน! รายละ 3 แสนบาท เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ล็อตแรก 14 ราย แจงปมดราม่าเงินภาษี ชงตั้ง "กองทุนเหยื่อคดีอาญา" ไล่เบี้ยคนผิดลดภาระรัฐ
KEY
POINTS
จากกรณีเหตุไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" หรือ "โรงเบียร์ลาดพร้าว" จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย เมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
20 กรกฎาคม 2569 ล่าสุด ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ภายใต้งาน "คุ้มครองคน...คุ้มครองสิทธิ... เพื่อสร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม"
โดยมี นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, คณะผู้บริหาร, ทายาทผู้เสียชีวิต และสื่อมวลชนเข้าร่วม
กระทรวงยุติธรรมจ่ายเงินช่วยเหลือเหยื่อโศกนาฏกรรมโรงเบียร์ ลุยตั้งกองทุนคดีอาญา
นายไตรยฤทธิ์ เปิดเผยว่า การมอบเงินในครั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งกำหนดจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตรายละ 300,000 บาท ซึ่งปรับขยายเพิ่มขึ้นจากกฎหมายเดิมที่จ่าย 200,000 บาท โดยผู้รับเยียวยาจะต้องเป็นผู้เสียหายที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แต่เป็นผลมาจากการกระทำของผู้อื่น
"ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดประชุมเร่งด่วนในวันอังคารที่ผ่านมา และมีมติอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิต ณ วันนั้น จำนวน 31 ราย จากยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 34 ราย โดยมอบในพิธีวันนี้ 14 ราย รวมเป็นเงิน 4,200,000 บาท และส่วนที่เหลือจะโอนเข้าบัญชีโดยตรง รวมเป็นเงินเยียวยาทั้งสิ้นกว่า 9,300,000 บาท ส่วนกรณีของเจ้าของร้านหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องรอผลการสอบสวน หากพบว่าเป็นผู้กระทำความผิดจะไม่ได้รับเงินเยียวยาในส่วนนี้" นายไตรยฤทธิ์ ระบุ
นายไตรยฤทธิ์ ชี้แจงว่า ทางกรมฯ รับฟังทุกความคิดเห็น ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สังคมจะนำไปร่วมพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์ในอนาคต แต่ในปัจจุบันการดำเนินการของภาครัฐต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ประสบความสูญเสีย ซึ่งหลายครอบครัวไม่มีเงินกระทั่งจัดงานศพจนต้องกู้หนี้ยืมสิน หากภาครัฐไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็อาจถูกร้องเรียนว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมฝากสื่อมวลชนช่วยกันขยายวงการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
นายไตรยฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐต้องใช้งบประมาณแผ่นดินปีละหลายร้อยล้านบาทในการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายที่ไม่ได้ทำความผิดจากโศกนาฏกรรมต่าง ๆ เช่น เหตุเครนถล่ม, ตึก สตง. ถล่ม หรือเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภู ซึ่งตามหลักการแล้วผู้กระทำผิดสมควรเป็นผู้ชดใช้ แต่หากรอผลคดีแพ่งจะใช้เวลานานจนไม่ได้เยียวยาจริง
"กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีอภิปรายรับฟังความคิดเห็น ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น เพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้งกองทุนเหยื่อในรูปแบบ พ.ร.บ. แยกต่างหาก ซึ่งไม่กระทบกับ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนฯ เดิม โดยกองทุนนี้จะมีแหล่งเงินทุนนอกเหนือจากงบประมาณปกติ เช่น เงินบริจาค หรือค่าปรับผิดสัญญา เพื่อนำไปจ่ายเยียวยาเบื้องต้น แล้วให้กองทุนทำหน้าที่ "ไล่เบี้ย" ทวงเงินคืนจากผู้กระทำความผิดในภายหลัง ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินจากเงินภาษีประชาชนอย่างยั่งยืน" นายไตรยฤทธิ์ เผย