งามไส้! ใครปล่อยให้เลี่ยงบาลี จดทะเบียน "ร้านอาหาร" แต่กลายเป็น "สถานบันเทิง"
13 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

งามไส้! ใครปล่อยให้เลี่ยงบาลี จดทะเบียน "ร้านอาหาร" แต่กลายเป็น "สถานบันเทิง" หลังเหตุสลดไฟไหม้ "โรงเบียร์ลาดพร้าว" สูญเสียจำนวนมาก
ข่าว
13 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

งามไส้! ใครปล่อยให้เลี่ยงบาลี จดทะเบียน "ร้านอาหาร" แต่กลายเป็น "สถานบันเทิง" หลังเหตุสลดไฟไหม้ "โรงเบียร์ลาดพร้าว" สูญเสียจำนวนมาก
KEY
POINTS
จากกรณีเหตุไฟไหม้สถานบริการ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" (โรงเบียร์ลาดพร้าว) เมื่อกลางดึก (13 ก.ค.69) จนมีรายงานผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว 6 ราย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกนำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์และชันสูตรตามขั้นตอน
13 กรกฎษคม 2569 ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า
ดร.สนธิ ชี้ชัดปมเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ย้อนถามใครปล่อยให้จดทะเบียน "ร้านอาหาร" ทั้งที่มีลักษณะเป็นกึ่งผับเต็มตัว
ความปลอดภัย กรณีไฟไหม้ โรงเบียร์ลาดพร้าว..จดทะเบียนเป็น "ร้านอาหาร" ไม่ใช่สถานบันเทิง...ใครผิด?
1. ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย (Fire Safety) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการสูญเสียจากเหตุเพลิงไหม้
1.1.ระบบแจ้งเตือนภัย ต้องติดตั้งระบบตรวจจับควันหรือความร้อน (Smoke/Heat Detector) และมีสัญญาณเตือนภัย (Fire Alarm) ที่ดังทั่วถึงทุกชั้น
1.2.อุปกรณ์ดับเพลิง ต้องจัดวางถังดับเพลิงเคมีแห้งตามจุดเสี่ยงในจำนวนที่เพียงพอและต้องตรวจสอบเกจวัดความดันให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
1.3.ระบบระบายควัน ต้องออกแบบให้มีพัดลมหรือช่องระบายควันไฟที่รวดเร็ว เพื่อลดการสำลักควันและเป็นการป้อง กันอาคารพังถล่ม
1.4.วัสดุตกแต่ง ต้องหลีกเลี่ยงการใช้โฟมหรือวัสดุติดไฟง่ายในการตกแต่งผนังและซับเสียง
2. ทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน (Emergency Exits) โครงสร้างอาคารต้องเปิดทางให้ผู้คนอพยพได้อย่างรวด เร็วที่สุดเมื่อเกิดเหตุ
2.1.ห้ามมีสิ่งกีดขวาง โดยเส้นทางเดินไปสู่ทางหนีไฟต้องโล่ง ห้ามวางโต๊ะ เก้า อี้ หรือลังสินค้าขวางทางเด็ดขาด
2.2.มีป้ายบอกทางชัดเจน ต้อง ติดตั้งป้าย"ทางออกฉุกเฉิน"พร้อมไฟสำรองส่องสว่าง (Emergency Light) ที่ทำงานทันทีเมื่อไฟดับ
2.3.ประตูทางออก จะต้องสามารถเปิดออกสู่ภายนอกได้ง่ายใช้คานผลักและห้ามล็อกประตูหนีไฟในระหว่างเวลาทำ การ ส่วนจำนวนทางออกต้องสอดคล้องกับความจุของพื้นที่ตามที่กฎหมายควบ คุมอาคารกำหนด
3.การควบคุมความหนาแน่นและระบบของอาคาร (Structural & Capacity Control)
3.1 ตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว (Breaker) และแยกพื้นที่อุปกรณ์ไฟฟ้าออกจาก
บริเวณที่เปียกชื้น และใช้สายไฟพ่วงที่ได้มาตรฐาน มอก.
3.2.การจำกัดจำนวนคน ต้องควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้บริการไม่ให้เกินขีดจำกัดของพื้นที่ เพื่อป้องกันการเบียดเสียดจนเหยียบกัน (Crowd Crush)
4. การบริหารจัดการและฝึกอบรมพนักงาน (Management & Training)
4.1.ซ้อมแผนฉุกเฉิน ต้องจัดให้มีการซ้อมแผนดับเพลิงและซ้อมอพยพหนีไฟสำหรับพนักงานทุกคนอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง
4.2.การแบ่งหน้าที่ชัดเจน โดยพนักงานทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตนเองเมื่อเกิดเหตุ เช่นใครทำหน้าที่ตัดไฟ ใครนำทางลูกค้าหนีไฟหรือใครโทรแจ้งเหตุด่วน (191 หรือ 199)
แต่รูปแบบการดำเนินกิจการจริงมีลักษ ณะเป็นร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิงโดยมีการแสดงดนตรีสด แต่ไม่ได้จดทะ เบียนเป็น "สถานบริการ" (ผับ บาร์ หรือสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ) ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ โดยลักษณะทางกายภาพและโครงสร้างของอาคารร้านดังนี้
- รูปแบบอาคาร เป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว
- โครงสร้างหลังคา มุงด้วยหลังคาเมทัลชีต
-การตกแต่งภายใน มีการบุวัสดุโฟมเก็บเสียง (พอลิยูรีเทนโฟม) ไว้บนฝ้าเพดานและผนังเพื่อซับเสียง ซึ่งเป็นวัตถุไวไฟและทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว
-จุดเข้า-ออกและทางหนีไฟ ข้อมูลจากผู้ดูแลร้านระบุว่ามีทางออกรวม 4 จุด คือ ประตูด้านหน้า 2 จุด (ทางเข้าออกหลักซึ่งค่อนข้างแคบ)ประตูห้องน้ำ1 จุด และประตูห้องครัว1จุด แต่ในการตรวจสอบพบว่าไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัด เจนไฟสำรองไม่ทำงานและประตูหนีไฟบางส่วนถูกโต๊ะเก้าอี้กีดขวางหรือไม่ได้เปิดใช้งานจริงในขณะเกิดเหตุ ทำให้นักท่องเที่ยววิ่งไปออกันอยู่ที่ประตูด้านหน้าและติดค้างอยู่บริเวณที่ห้องน้ำจำ นวนมาก
-ระบบดับเพลิง ในตัวอาคารไม่มีระบบสปริงเกอร์ดับเพลิงอัตโนมัติ มีเพียงถังดับเพลิงเคมีติดตั้งไว้เท่านั้น
- พื้นที่ความเสียหาย ตัวร้านมีพื้นที่ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดประมาณ 164 ตารางเมตร
ภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat