สตม.ทลายเครือข่ายพาสปอร์ตปลอม สกัดมาเฟียข้ามชาติใช้ไทยทางผ่าน
03 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สตม.ยกระดับกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ รวบแก๊งพาสปอร์ตปลอมศรีลังกา-แคนาดา บุกจับสแกมเมอร์เกาหลีใต้ คาบ้านหรูกลางกรุง และจับมาเฟียยุโรปหนีกบดานภูเก็ต
ข่าว
03 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สตม.ยกระดับกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ รวบแก๊งพาสปอร์ตปลอมศรีลังกา-แคนาดา บุกจับสแกมเมอร์เกาหลีใต้ คาบ้านหรูกลางกรุง และจับมาเฟียยุโรปหนีกบดานภูเก็ต
KEY
POINTS
3 กรกฎาคม 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. แถลงผลงานเชิงรุกในการเปิดปฏิบัติการปูพรมกวาดล้าง "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" โดยชุดสืบสวน ตม.สนามบิน สามารถแกะรอยทลาย "เครือข่ายพาสปอร์ตปลอม" ระดับสากลที่ใช้ไทยเป็นจุดพักส่งคนไปยุโรป พร้อมบุกรวบ "แก๊งสแกมเมอร์เกาหลี" และมาเฟียฝรั่งเศสหนีหมายจับอินเตอร์โพล เพื่อยกระดับมาตรการความมั่นคงขั้นสูงสุด ไม่ให้ประเทศตกเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรโลก
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วยโฆษก บก.ตม.2 ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานเชิงรุก ของชุดสืบสวน ตม.สนามบิน (บก.ตม.2) ซึ่งมีการทำงานเชื่อมโยงข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด ระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง จนสามารถขยายผลจากการจับกุมพาสปอร์ตปลอมเพียงรายเดียว ไปสู่การเปิดโปงขบวนการระดับสากลได้สำเร็จ
คดีแรกคือ การจับกุม MR.KAAVINIYAN ชาวศรีลังกา ที่พยายามใช้พาสปอร์ตแคนาดาปลอม เดินทางไปอังกฤษที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ความน่าสนใจไม่ได้จบที่การจับกุม เพราะเจ้าหน้าที่พบเงื่อนงำสำคัญ ของขบวนการที่แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ 3 กลุ่มหลัก คือ:
กลุ่มนายหน้าและหัวขบวนการ: สองสามีภรรยาชาวศรีลังกา (MR.SIVAKUMAR และ MS.RUKANYA) ที่ทำหน้าที่วางแผนและจัดหาเอกสารปลอม ทั้งคู่ถูกรวบตัวได้ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ขณะพยายามหลบหนีไปมาเลเซีย
กลุ่มลูกค้าและผู้ดูแล: ประกอบด้วยตัวผู้ต้องหาและน้องชายของนายหน้า (MR.DILAXSHAN) ซึ่งทำหน้าที่ประกบดูแลลูกค้าจนถึงสนามบิน
กลุ่ม "ม้าอัตลักษณ์" (Identity Mule): นี่คือหัวใจของแผนการ โดยมี MR.AKIEM ชาวแคนาดา ยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนตัวทำพาสปอร์ตปลอม และเป็นคนไปเช็กอินรับ Boarding Pass ให้ลูกค้าใช้สวมรอยเดินทาง
เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับ MR.AKIEM ได้ที่สนามบินดอนเมือง และออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่หลบหนีไปต่างประเทศแล้ว นับเป็นการทลายเครือข่ายที่ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการส่งคนไปยุโรปอย่างเป็นระบบ
อีกคดีคือการสกัดกั้นครอบครัวชาวศรีลังกาที่พยายามใช้ "พาสปอร์ตมาเลเซีย" เดินทางไปคาซัคสถาน จากการสืบสวนพบพิรุธขณะต่อเครื่องที่สนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ MS.LIVIYA (มาเลเซีย) ที่อ้างเป็นแม่ของเด็กชายชาวศรีลังกา 2 คน ผลการตรวจสอบพบว่า เป็นการใช้พาสปอร์ตของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยมีพฤติการณ์สอดคล้องกับข้อมูลการข่าวว่า มีองค์กรอาชญากรรมในมาเลเซีย รับเด็กชาวศรีลังกาไปทำ "สูติบัตรมาเลเซียฉบับจริง" เพื่อนำไปขอออกพาสปอร์ตจริงในการส่งเด็กไปแถบยุโรป ปัจจุบันผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีตามมาตรา 269/11 และเด็กทั้งสองได้รับการคุ้มครองตามกลไก NRM ก่อนส่งกลับประเทศต่อไป
นอกจากการสกัดกั้นที่สนามบินแล้ว บก.สส.สตม. ยังบุกทลายฐานที่มั่นอาชญากรกลางกรุงและเมืองท่องเที่ยว
คดีแรกคือคดี แก๊งสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้:
บุกค้นบ้านหรูย่านสาธุประดิษฐ์ รวบ 7 ชาวเกาหลีใต้ที่ใช้เว็บไซต์ค้าประเวณีหลอกเหยื่อโอนเงิน เสียหายกว่า 100 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่า 3 ใน 7 ราย มีหมายจับที่เกาหลีใต้ในคดีฉ้อโกงและจัดตั้งองค์กรอาชญากรรม สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตและขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ทันที
คดีต่อมาปิดเกมมาเฟียฝรั่งเศส:
เจ้าหน้าที่ใช้แผนแยบยลส่งตำรวจหญิงแฝงตัวเป็น "แม่บ้านโรงแรม" ในภูเก็ต เพื่อเข้าจับกุม MR.CHIR ผู้ต้องหาตามหมายแดงองค์การตำรวจสากล (Interpol) ของทางการลักเซมเบิร์ก ในข้อหาฉกรรจ์ ทั้งลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว ชิงทรัพย์ และฟอกเงิน
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ย้ำชัดว่า ปัจจุบันอาชญากรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำเป็นรายบุคคล แต่เป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ"
ด้าน พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2 และโฆษก บก.ตม.2 กล่าวว่า บก.ตม.2 โดย พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ได้กำชับให้ทุกด่าน ตม.สนามบิน ไม่มองคดีเอกสารปลอมเป็นเพียงคดีเฉพาะหน้า แต่ต้องมองให้เห็นภาพใหญ่ของเครือข่าย เบื้องหลัง และเส้นทางการเดินทางของขบวนการ เพราะบางครั้งการจับกุมเพียงหนึ่งราย อาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเปิดโปงทั้งขบวนการได้