svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

กต.ถกทูตอิหร่านช่วย 3 ลูกเรือไทย-เปิดทางเดินเรือฮอร์มุซ ก.แรงงาน เร่งเยียวยาทายาทผู้เสียชีวิต

20 มี.ค. 2569

กต.เตือนสงครามลามฐานผลิตน้ำมันกาตาร์ กระทบเศรษฐกิจโลก ยัน 35 แรงงานไทยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ด้าน ก.แรงงาน เร่งเยียวยาทายาทแรงงานไทยดับ 1 รายในอิสราเอล พร้อมแนะโหลดแอป SMART TOEA สื่อสารด่วน

กต. เตือน สงครามตะวันออกกลางส่อเค้ายืดเยื้อ ลามถล่มฐานผลิตน้ำมันกาตาร์

20 มีนาคม 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ถึงสถานการณ์ขณะนี้ ว่า สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรงขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่ามีการโจมตีเขตนิคมราสลาฟฟาน อินดัสทรี ในกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตน้ำมันและผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลำดับต้นๆของโลก ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบพลังงานในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ 

เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงต่างประเทศจึงขอย้ำอีกครั้งให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ส่วนการ​ให้ความ​ช่วยเหลือ​คนไทย​ในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยกรณีอิสราเอล ที่มีแรงงานไทย 1 คนเสียชีวิต กระทรวงต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุและอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็วต่อไป

ขณะเดียวกัน กรมการกงสุล โดยสำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดนครราชสีมา จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมญาติ โดยกระทรวงต่างประเทศจะร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อติดตามเรื่องเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิดต่อไป ที่ผ่านมาเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และเจ้าหน้าที่ของสถานทูต และผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนแรงงานในเมืองต่างๆ ของอิสราเอล เพื่อสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจแรงงานไทยอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงให้ผู้บริหารกรมการกงสุล ได้พูดคุยระบบทางไกลกับแรงงานในพื้นที่โดยตรง เพื่อสะท้อนความเป็นอยู่และความต้องการต่างๆ ในขณะนี้แรงงานไทยยังมีขวัญกำลังใจที่ดี โดยขอให้ติดตามประกาศและคำเตือนต่างๆของสถานเอกอัครราชทูตอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน จากเมืองบันดาร์อับบาส และนักศึกษาจากเมืองกอม 6 คน รวมเป็น 10 คน เดินทางทางบกข้ามไปตุรกี เพื่อเดินทางกลับไทยต่อไป

ส่วนวานนี้ (19 มี.ค. 69) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน บนเรือมายุรีนารี โดยการให้กองทัพเรืออิหร่านสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าว ตลอดจนอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายอิหร่านรับทราบและอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศยังได้ย้ำท่าทีของไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต ซึ่งฝ่ายอิหร่านขอให้ไทยและประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้อง ให้ยุติการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว

ส่วนกรณีกาตาร์ ที่นิคมอุตสาหกรรมถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธอิหร่านนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คน ซึ่งทราบว่าทุกคนปลอดภัยมีขวัญกำลังใจดี และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ 

สำหรับคนที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอย้ำอีกครั้งให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด โดยตั้งแต่เกิดเหตุมีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งสิ้น 1,209 คน


“ก.แรงงาน” เสียใจแรงงานไทยดับ 1 ราย เร่งเยียวยาทายาทเต็มที่

ด้าน นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดและโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ถึงการดูแลช่วยเหลือ​สิทธิประโยชน์แรงงานไทยว่า กระทรวงแรงงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตในรัฐอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบ โดยได้รับการชี้แจงจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่าพบแรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ขณะอยู่ในห้องพัก มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดชัยภูมิ โดยเสียชีวิต เมื่อเวลา 23.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิสราเอล

จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกรมการจัดหางาน เมื่อ 28 พฤษภาคม 2568 โดยไปทำงานในภาคการเกษตร ขณะนี้หน่วยงานทางนิติเวชของอิสราเอลจะทำการชันสูตรพลิกศพและส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัว ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ 

ส่วนกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ และหัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อไปเยี่ยมบ้านเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจแล้ว และได้มีการแจ้งสิทธิประโยชน์ในส่วนของทายาทที่จะได้รับ พร้อมอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อดำเนินการส่งร่างของผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนต่อไป 

ในส่วนสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ มีทั้งสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย และสิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติของรัฐอิสราเอล ซึ่งสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย ผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ทายาทโดยธรรม มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ในกรณีที่เสียชีวิตในต่างประเทศซึ่งเกิดจากภาวะสงครามเป็นเงิน 40,000 บาท , สิทธิจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งขณะนี้มีเงินสะสมชราภาพ รวม 71,459 บาท 

ส่วนสิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติของรัฐอิสราเอล ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือ ค่าชดเชยการไว้ทุกข์ เงินชดเชยรายเดือน เงินช่วยเหลือประจำปี และเงินช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ เงินช่วยเหลือด้านจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินที่ได้รับ ทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติของรัฐอิสราเอล จะดำเนินการพิจารณาและชดเชยให้กับทายาทต่อไป

ส่วนการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ทราบและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ คือ เมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยจากทางการ ขอให้ทูตแรงงานในอิสราเอล ให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่ในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ลงพื้นที่เพื่อสื่อสารไปถึงญาติแรงงานที่อยู่ในไทย เพื่อให้ญาติได้แจ้งแรงงานที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มความระมัดระวังเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด เช่น หากอยู่ในอาคาร ก็ขอให้อยู่ในห้องหลบภัยทันที หากอยู่กลางแจ้ง ให้หมอบราบกับพื้น ใช้มือป้องกันศีรษะ กรณีออกจากที่หลบภัยได้ก็เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว และให้อยู่ห่างจากเสียงระเบิดหรือจรวดที่ยังไม่ระเบิด ที่สำคัญห้ามออกมาบันทึกภาพหรือวิดีโอ ขณะอยู่ในช่วงสัญญาณเตือนภัย 

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานมีการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีการดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชัน SMART TOEA และเปิดพิกัด ซึ่งท่านจะสามารถทำให้สื่อสารข้อความไปยังแรงงานที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ และตัวแรงงานสามารถส่งข้อความสื่อสารมายังกระทรวงแรงงานได้ด้วย ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานการทำงานกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการติดตามสิทธิประโยชน์ต่างๆของแรงงานที่เสียชีวิต รวมถึงการนำร่างกลับประเทศไทยต่อไป