ส่วนกรณีกาตาร์ ที่นิคมอุตสาหกรรมถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธอิหร่านนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คน ซึ่งทราบว่าทุกคนปลอดภัยมีขวัญกำลังใจดี และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ
สำหรับคนที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอย้ำอีกครั้งให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด โดยตั้งแต่เกิดเหตุมีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งสิ้น 1,209 คน
“ก.แรงงาน” เสียใจแรงงานไทยดับ 1 ราย เร่งเยียวยาทายาทเต็มที่
ด้าน นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดและโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ถึงการดูแลช่วยเหลือสิทธิประโยชน์แรงงานไทยว่า กระทรวงแรงงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตในรัฐอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบ โดยได้รับการชี้แจงจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่าพบแรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ขณะอยู่ในห้องพัก มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดชัยภูมิ โดยเสียชีวิต เมื่อเวลา 23.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิสราเอล
จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกรมการจัดหางาน เมื่อ 28 พฤษภาคม 2568 โดยไปทำงานในภาคการเกษตร ขณะนี้หน่วยงานทางนิติเวชของอิสราเอลจะทำการชันสูตรพลิกศพและส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัว ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
ส่วนกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ และหัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อไปเยี่ยมบ้านเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจแล้ว และได้มีการแจ้งสิทธิประโยชน์ในส่วนของทายาทที่จะได้รับ พร้อมอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อดำเนินการส่งร่างของผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนต่อไป
ในส่วนสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ มีทั้งสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย และสิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติของรัฐอิสราเอล ซึ่งสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย ผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ทายาทโดยธรรม มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ในกรณีที่เสียชีวิตในต่างประเทศซึ่งเกิดจากภาวะสงครามเป็นเงิน 40,000 บาท , สิทธิจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งขณะนี้มีเงินสะสมชราภาพ รวม 71,459 บาท
ส่วนสิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติของรัฐอิสราเอล ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือ ค่าชดเชยการไว้ทุกข์ เงินชดเชยรายเดือน เงินช่วยเหลือประจำปี และเงินช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ เงินช่วยเหลือด้านจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินที่ได้รับ ทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติของรัฐอิสราเอล จะดำเนินการพิจารณาและชดเชยให้กับทายาทต่อไป
ส่วนการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ทราบและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ คือ เมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยจากทางการ ขอให้ทูตแรงงานในอิสราเอล ให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่ในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ลงพื้นที่เพื่อสื่อสารไปถึงญาติแรงงานที่อยู่ในไทย เพื่อให้ญาติได้แจ้งแรงงานที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มความระมัดระวังเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด เช่น หากอยู่ในอาคาร ก็ขอให้อยู่ในห้องหลบภัยทันที หากอยู่กลางแจ้ง ให้หมอบราบกับพื้น ใช้มือป้องกันศีรษะ กรณีออกจากที่หลบภัยได้ก็เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว และให้อยู่ห่างจากเสียงระเบิดหรือจรวดที่ยังไม่ระเบิด ที่สำคัญห้ามออกมาบันทึกภาพหรือวิดีโอ ขณะอยู่ในช่วงสัญญาณเตือนภัย
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานมีการประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีการดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชัน SMART TOEA และเปิดพิกัด ซึ่งท่านจะสามารถทำให้สื่อสารข้อความไปยังแรงงานที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ และตัวแรงงานสามารถส่งข้อความสื่อสารมายังกระทรวงแรงงานได้ด้วย ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานการทำงานกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการติดตามสิทธิประโยชน์ต่างๆของแรงงานที่เสียชีวิต รวมถึงการนำร่างกลับประเทศไทยต่อไป