svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

10 ลำดับเหตุการณ์ช็อกโลก วิกฤตอิหร่านหลัง "คาเมเนอี" เสียชีวิต

02 มี.ค. 2569

สรุป 10 เหตุการณ์สำคัญหลัง "อิหร่าน" ยืนยันผู้นำสูงสุดเสียชีวิตจากการโจมตี "สหรัฐฯ-อิสราเอล" เปิดศึกระลอกสองถล่มเป้าหมายกว่า 500 จุด จับตาสภาผู้นำชั่วคราว

2 มีนาคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ สรุปเหตุการณ์สำคัญ 10 อันดับแรกวิกฤตในอิหร่านช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (ข้อมูลถึง 1 มี.ค. 2026) ชี้เป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดในศตวรรษ หลังยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด และการสูญเสียกำลังพลของทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางปฏิบัติการ "ระลอกสอง" ที่รุนแรงเกินคาดการณ์

1. ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี

หลังจากเกิดกระแสข่าวลือและความสับสนในช่วงแรก สื่อทางการอิหร่านได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ได้เสียชีวิตลงแล้วจากการโจมตีอย่างแม่นยำ (Precision Strike) ที่สำนักงานของเขาในกรุงเตหะราน โดยมีการประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน 

2. การจัดตั้งสภาผู้นำชั่วคราว

ท่ามกลางสุญญากาศทางอำนาจ อิหร่านได้ประกาศจัดตั้ง สภาผู้นำชั่วคราว (Interim Leadership Council) ประกอบด้วยบุคคล 3 คน เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศภายใต้กฎหมายอิสลาม โดยมี อยาตุลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี เป็นหนึ่งในสมาชิกหลักจนกว่าจะมีการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างถาวร 

อยาตุลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี คือนักวิชาการศาสนาสายอนุรักษนิยมผู้ทรงอิทธิพล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนศาสนาทั่วอิหร่านและสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการองค์กรสงฆ์และได้รับความไว้วางใจสูงจากสถาบันอำนาจเดิมในการรักษาเสถียรภาพอุดมการณ์รัฐอิสลาม

3. อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มเมือง Beit Shemesh ของอิสราเอล

กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้เข้าใส่ย่านที่พักอาศัยและธรรมศาลาในเมือง Beit Shemesh ของอิสราเอล หน่วยกู้ภัย (MDA) ยืนยันว่ามี ผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บอีก 28 ราย นับเป็นการโจมตีบนแผ่นดินอิสราเอลที่รุนแรงและก่อให้เกิดความสูญเสียมากที่สุดในระลอกนี้

4. สหรัฐฯ ยืนยันการสูญเสียกำลังพลครั้งแรก

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่ามี ทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นาย จากการโจมตีโต้กลับของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ถือเป็นการเสียชีวิตจากการสู้รบของทหารสหรัฐฯ ครั้งแรกในความขัดแย้งนี้

5. ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ "ระลอกสอง" อย่างหนักหน่วง

กองกำลังผสมสหรัฐฯ-อิสราเอล เริ่มปฏิบัติการโจมตีระลอกที่สองอย่างรุนแรงเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ กองทัพอิสราเอล (IDF) รายงานว่าได้ถล่มเป้าหมายทางทหารมากกว่า 500 แห่ง รวมถึงจุดยุทธศาสตร์ใน "ใจกลางกรุงเตหะราน" โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศและไซโลเก็บขีปนาวุธ

6. กองทัพเรืออิหร่านถูกทำลายเกือบทั้งหมด

ประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงว่ากองทัพสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทำลาย กองบัญชาการกองทัพเรือ ของอิหร่าน และจมเรือรบไปแล้ว 9 ลำ โดยระบุว่าปฏิบัติการกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วและ "รุดหน้าเกินกว่าแผนที่วางไว้"

7. วิกฤตการบินพลเรือนทั่วโลก

สนามบินหลักที่เป็นศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ (DXB), อาบูดาบี และโดฮา ต้องปิดทำการหรือถูกจำกัดการใช้งานอย่างหนัก หลังจากได้รับความเสียหายหรือถูกข่มขู่ด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19

8. ความขัดแย้งขยายวงกว้างไปยังกลุ่มประเทศอ่าว (Gulf States)

อิหร่านขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีการรายงานการโจมตีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), บาห์เรน, คูเวต และกาตาร์ มีรายงานเหตุระเบิดใกล้กรุงโดฮาและดูไบ พร้อมคำเตือนจากอิหร่านว่าประเทศเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายหากยอมให้สหรัฐฯ ใช้พื้นที่ปฏิบัติการ

9. การประท้วงที่รุนแรงทั่วโลก

เกิดเหตุประท้วงรุนแรงในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่ เมืองการาจี ประเทศปากีสถาน มีการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกลุ่มสนับสนุนอิหร่านกับตำรวจ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย ส่วนที่ กรุงแบกแดด ผู้ประท้วงพยายามบุกเข้า "Green Zone" เพื่อโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ จนเกิดการปะทะด้วยแก๊สน้ำตาอย่างหนัก

10. การสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของระบอบอิหร่าน

นอกจากผู้นำสูงสุดแล้ว รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านอีกกว่า 48 นาย ถูกสังหาร รวมถึงอดีตประธานาธิบดี Mahmoud Ahmadinejad, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการระดับสูงของ IRGC อีกหลายนาย ซึ่งเป็นการทำลายโครงสร้างการสั่งการหลักของระบอบอิหร่านโดยสิ้นเชิง