โฆษก ศป.กฉ.เผยยอดเสียชีวิตน้ำท่วมสงขลาสะสม 110 ราย ภาคใต้รวม 145 ราย
28 พ.ย. 2568 | natthanan_chu

โฆษก ศป.กฉ.เผยยอดเสียชีวิตน้ำท่วมสงขลาสะสม 110 ราย ภาคใต้รวม 145 ราย พร้อมเปิดเผยถึงแนวทางการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ หลังน้ำลด
ข่าว
28 พ.ย. 2568 | natthanan_chu

โฆษก ศป.กฉ.เผยยอดเสียชีวิตน้ำท่วมสงขลาสะสม 110 ราย ภาคใต้รวม 145 ราย พร้อมเปิดเผยถึงแนวทางการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ หลังน้ำลด
28 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (โฆษกศูนย์ ศป.กฉ.) แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาว่า จากการดำเนินเมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) ประสบความสำเร็จในการดำเนินการ เช่น
การร้องขอให้ส่วนหน้าเข้าไปช่วยเหลือผู้ตกค้างกว่า 1,934 เคส สามารถช่วยเหลือได้ 1,734 เคส ซึ่งบางกรณีที่ช่วยไม่ได้ เพราะผู้ร้องขอความช่วยเหลือเปลี่ยนความประสงค์ หรือได้ย้ายออกพื้นที่ไปแล้ว และภาพรวมความสามารถในการดูแลภายในศูนย์พักพิงนั้น มีประชาชนเข้าศูนย์กว่า 14,000 ราย และยังสามารถจุได้ถึง 20,840 คน ประชาชนที่อพยพ ยังสามารถเข้าศูนย์พักพิงได้ และยังมีความสามารถในการผลิตอาหารเพื่อประชาชนในศูนย์พักพิง และในพื้นที่ ที่สามารถผลิตได้กว่า 90,000 ชุดต่อวัน และยังมีการเพิ่มกำลังการผลิตด้วย
ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยภาคใต้นั้น
โฆษกศูนย์ ศป.กฉ.เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานยอดผู้เสียชีวิตสะสม 145 ราย แบ่งเป็น นครศรีธรรมราช 9 ราย, พัทลุง 4 ราย, สงขลา 110 ราย, ตรัง 2 ราย, สตูล 5 ราย, ปัตตานี 6 ราย, ยะลา 5 ราย และนราธิวาส 4 ราย ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตจากกรณีอื่น 30 ราย ที่รายงานไปเมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่
ซึ่งเป็นพื้นที่ผู้ประสบภัยนั้น มีศพที่ค้างรอญาติมารับก่อนเกิดเหตุ เมื่อน้ำท่วม จึงจำเป็นต้องย้ายร่างไปมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ด้วย จึงทำให้ศพปนกัน แต่สามารถพิสูจน์เคสก่อนเกิดเหตุได้ คาดว่า อาจจะมี 2-3 รายที่อาจจะไม่ได้รับการเยียวยา แต่จากการพิจารณาของคณะแพทย์ เห็นว่า ไม่สมควรแบ่งเคสของกรณีสงขลาแล้ว ดังนั้น จะไม่มีการแบ่งเคสรายงาน และทุกศพถือว่า เสียชีวิตในห้วงเวลาดังกล่าวทั้งสิ้น
ส่วนการจัดการกับกลุ่มคนมิจฉาชีพเข้ามารับบริจาค แต่สิ่งของไม่ถึงปลายทางนั้น
โฆษกศูนย์ ศป.กฉ.ชี้แจงว่า ในพื้นที่จังหวัดสงขลา มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การดำเนินการผิดกฎหมายของผู้ไม่หวังดี ก็จะถูกดำเนินการอย่างถึงที่สุด และรัฐบาลได้มีช่องทางในการบริจาค ขอให้เลือกบริจาคกับหน่วยงานรัฐ หรือกับบุคคลที่มีความเชื่อถือได้ ก็จะปลอดภัยกว่า
ขณะที่ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกศูนย์ ศป.กฉ.ยังเปิดเผยถึงแนวทางการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาว่า ในวันนี้ (28 พ.ย.) ได้เปลี่ยนโหมดการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเพิ่มโหมดการฟื้นฟูเยียวยาแล้ว จะเร่งทำให้เมืองกลับมาอยู่ในสภาพปกติโดยเร็ว โดยรัฐบาลมีมาตรการฟื้นฟูเยียวยามากมาย
โดยจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป และจะยังคงดูแลประชาชนที่ประสบภัยต่อไป ซึ่งในการเยียวยาประชาชนทั้งที่บ้าน และศูนย์พักพิง จะยังคงทำต่อให้กว้างขวาง และรวดเร็ว เพราะสถานการณ์ได้ลดความเข้มข้นลง ในการลำเลียงสิ่งของบริจาค ได้มีการส่งต่อทางอากาศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ (28 พ.ย.) นอกจาก C-130 ที่ส่งสิ่งของจำเป็นแล้ว ยังมีแอร์บัส และเฮลิคอปเตอร์จากทุกหน่วยงาน รวมถึงภาคเอกชนที่อาสาลำเลียงสิ่งของบริจาค โดยรัฐบาลได้งดเว้นภาษีสนามบิน พร้อมยืนยันว่า ประชาชนที่อยู่ภายในที่พักอาศัย ก็จะยังคงกระจายอาหารให้ต่อเนื่อง
ส่วนการจ่ายระบบสาธารณูปโภคนั้น
โฆษกศูนย์ ศป.กฉ.ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า การประปาสามารถจ่ายน้ำได้แล้ว หลังตกเป็นผู้ประสบภัย และจะออกให้บริการรถน้ำดื่ม และรถน้ำจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เข้าไปให้บริการ ส่วนการไฟฟ้า มีความพร้อมในการจ่ายไฟ แต่บางพื้นที่จะต้องประเมินความปลอดภัยประชาชนก่อน โดยเชื่อว่า ภายในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) ทุกบ้านจะสามารถใช้ไฟฟ้าได้ เช่นเดียวกับ สัญญาณโทรศัพท์ ที่ครอบคลุมหลายพื้นที่แล้ว และ กสทช.ได้ประสานเพื่อบรรเทาความกังวลของญาติผู้ประสบภัย
ได้ประสานผู้ให้บริการทุกบริษัท ขยายเวลาการใช้งานออกไป 30 วัน จะไม่ถูกตัดบริการ และขยายเวลาการจ่ายค่าบริการรายเดือนออกไป 1 เดือน และในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม สามารถใช้โทรศัพท์ฟรี 100 นาที และอินเทอร์เน็ตฟรี 10 GB ส่วนถนนที่ขาด ได้จัดกำลังพลฟื้นฟูแล้ว และจะดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงรถ บขส.ได้เปิดเดินรถ กรุงเทพ-สงขลา, หาดใหญ่, ยะลา สุไหงโก-ลก, เบตง, นาทวี, สตูล, ด่านนอก และปาดังเบซา ได้เดินรถปกติแล้ว ส่วนเส้นทางอื่น ๆ เชื่อว่า จะสามารถเปิดได้ปกติในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงทางรถไฟสามารถเปิดเดินรถแล้ว 12 จุด แต่ยังมีอุปสรรค 27 จุด
ส่วนในการสูบน้ำออกจากพื้นที่นั้น
โฆษกศูนย์ ศป.กฉ.ระบุว่า จะช่วยให้ระดับน้ำลดลงเร็วขึ้น ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้ระดมเครื่องสูบน้ำกว่า 280 เครื่อง โดยเฉพาะในหาดใหญ่ รวมถึงชายแดนภาคใต้ โดยพิจารณาพื้นที่ลุ่มต่ำ และในการขนส่ง
ส่วนการจัดการขยะหลังน้ำลดนั้น
โฆษก ศป.กฉ. เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน พื้นที่ที่น้ำลดภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาด เช่น กรมการปกครอง ที่นำอาสารักษาดินแดน หรือ อส.เข้าไปทำความสะอาดพื้นที่บ้างแล้ว
และเย็นวันนี้ (28 พ.ย.) จะมีอาสาสมัครเข้าพื้นที่อีกกว่า 2,000 คน ซึ่งจุดใดดำเนินการได้ก็จะดำเนินการทันที พร้อมยืนยันว่า รัฐบาล มีความพร้อมในการเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู ซึ่งหากภาคเอกชน พร้อมสนับสนุนกำลังคน หรือยังมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้ที่ ศป.กฉ.ในพื้นที่ หรือสายด่วน 1111
โฆษกศูนย์ ศป.กฉ.ยังชี้แจงกระแสข่าวบนโลกออนไลน์ที่พายุโคะโตะ ที่จะเข้าประเทศไทย ที่ทำให้ภาคอีสานเดือดร้อน โดยยืนยันว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ชี้แจงว่า พายุดังกล่าว จะเข้าทางเวียดนาม แต่จะไม่กระทบประเทศไทย
ส่วนในมาตรการเยียวยาเงิน 9,000 บาทจะมีเงินเยียวยาอื่น ๆ ช่วยเหลือหรือไม่นั้น
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศป.กฉ.ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์เยียวยาเพิ่มเติมมีแน่นอน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อมูลแล้ว แต่จะมีหลักเกณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่า นายกรัฐมนตรี จะประกาศเองที่หาดใหญ่ แต่เงินเยียวยาจำนวน 9,000 บาทนั้น ได้ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงบประมาณโอนเงินให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสามารถโอนให้ประชาชนทันที โดยสามารถงดเว้นขั้นตอนต่าง ๆ ได้ เพราะหาดใหญ่น้ำท่วม 100% ประชาชนที่มีบัญชีออมสิน และกรุงไทย คาดว่า จะสามารถโอนเงินได้เลย พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ ทั้งจากกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงงบกลางนายกรัฐมนตรี
ส่วนที่รัฐบาลได้ประกาศรับบริจาคไม้กวาดทางมะพร้าวได้รับครบแล้วหรือยังนั้น
นายภราดร ระบุว่า ได้รับการประสานจากหน่วยหน้า ที่จะดำเนินการบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ และมีการประกาศรับอาสาสมัคร ซึ่งมีผู้สมัครเกือบ 1,000 คนแล้ว และเชื่อว่า จะมีจากหลากหลายช่องทาง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทำความสะอาด จึงมีความจำเป็นทั้งไม้กวาด น้ำยาทำความสะอาด ถุงมือยาง รองเท้ายาง และยาน้ำกัดเท้า ได้ประสานกระทรวงสาธารณสุข และเอกชน นำส่งเที่ยวบินแล้วถึงพื้นที่แล้ว พร้อมย้ำว่า หลายสิ่ง หลายอย่าง จำเป็นต่อส่วนหน้า รัฐบาลจำเป็นต้องสนับสนุนทุกคำร้องขอ และประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมกับประชาชนคนใต้ ก็สามารถบริจาคสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีความจำเป็นได้ แต่หากเป็นสิ่งของที่ไม่จำเป็น แต่มีผู้บริจาคก็จะไม่เกิดประโยชน์ พร้อมย้ำว่า เป็นคำร้องขอจากส่วนหน้า ซึ่งส่วนกลางก็จะประสานต่อไป