รัฐบาลไฟเขียว จ่ายรายละ 2 ล้าน ผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมภาคใต้
27 พ.ย. 2568

รัฐบาลไฟเขียว จ่ายรายละ 2 ล้าน ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมภาคใต้ ยอดพุ่งแล้ว 85 ราย เชื่อยังมีอีกมาก พร้อมให้ค่าทำความสะอาดบ้าน และจัดแพ็กเกจสินเชื่อเยียวยาเพียบ
ข่าว
27 พ.ย. 2568

รัฐบาลไฟเขียว จ่ายรายละ 2 ล้าน ผู้เสียชีวิตน้ำท่วมภาคใต้ ยอดพุ่งแล้ว 85 ราย เชื่อยังมีอีกมาก พร้อมให้ค่าทำความสะอาดบ้าน และจัดแพ็กเกจสินเชื่อเยียวยาเพียบ
27 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกผู้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต จากสถานการณ์มหาอุทกภัยจังหวัดสงขลาว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 85 ราย เฉพาะในจังหวัดสงขลา แบ่งเป็นน้ำท่วม 55 ราย และสถานการณ์อื่น 30 ราย ซึ่งรัฐบาล ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนายกรัฐมนตรี ได้มีการกำหนดกรอบการเยียวยาไว้แล้ว และยืนยันว่า รัฐบาลไม่ปฏิเสธ ที่อาจจะมีตัวเลขจำนวนที่ตกหล่น และคาดว่า จะมีแน่นอน แต่ตัวเลขที่จะนำเสนอนั้น จะต้องได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และจะไม่มีการกดตัวเลขให้ต่ำหรือสูง และจะสื่อสารตรงไปตรงมา
ส่วนการส่งคำร้องขอจากประชาชนในพื้นที่ ต่อศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาลนั้น โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้มีการส่งต่อให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผบ.ทสส.แล้ว 4,010 กรณี สามารถดำเนินการอพยพได้ 3,492 กรณี หรือ 87% พร้อมนำอาหารไปให้ประชาชนที่ยังไม่สามารถอพยพได้กว่า 10,000 ชุด แต่ในการประกอบอาหารของศูนย์ สามารถผลิตได้กว่าวันละ 60,000 ชุด สำหรับผู้อพยพ และในวันนี้ (27 พ.ย.) คาดว่า จะสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้มากกว่า 50% โดยได้รับการสนับสนุนการประสานงานจากกระทรวงพาณิชย์
ส่วนสถานการณ์น้ำนั้น โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำลดลง และเย็นวันนี้ ปริมาณน้ำจะลดลงต่ำกว่าตลิ่งเกือบทุกจุด โดยจะมีการใช้เครื่องสูบน้ำช่วยระบายน้ำ เพื่อคืนผิวจราจรในการช่วยประชาชนได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเครื่องจักรต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ใช้การไม่ได้ จะสามารถใช้ได้ในวันนี้ (27 พ.ย.) แต่ยังมีอุปสรรคจากรถที่ลอยน้ำมา จะมีทีมเคลียร์สิ่งกีดขวาง เพื่อให้รถช่วยเหลือสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว
โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันว่า ขณะนี้ รัฐบาล ยังคงช่วยเหลือประชาชน แต่การต่อสู้สถานการณ์น้ำท่วม จะต้องใช้เวลาระยะยาว ทั้งการช่วยเหลือ การฟื้นฟู และการเยียวยา ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้ว และจะมีการแบ่งพื้นที่ฟื้นฟูเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ให้กลับมาได้เร็วที่สุด
โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล ยังเปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ทำข้อตกลงรับการสนับสนุนจากสเปซเอ็กซ์ หรือ สตาร์ลิงค์ ที่เสนอขอความช่วยเหลือเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงนามทันที และจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ขั้นตอนการดำเนินการ ในการนำเข้าอุปกรณ์สื่อสารถูกลดลง คาดว่า สตาร์ลิงค์ จะเดินทางถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.)
ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) นายกรัฐมนตรี จะอนุมัติงบประมาณให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการเตรียมการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชน เพื่อความรวดเร็ว จึงขอประชาชนผู้ประสบภัยในจังหวัดสงขลา ได้ผูกบัญชีกับธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทยไว้ ซึ่งเมื่อมีความพร้อมก็จะโอนเงินทันที รวมถึงยังจะมีการงบประมาณสำหรับทำความสะอาดบ้าน และค่าปลงศพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และสูญเสีย ศพละ 2,000,000 บาท
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต และจัดเตรียมสถานที่รักษาศพ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยมาตรการการเยียวยาประชาชนที่ประสบภัยอย่างครบระยะวงจรว่า เบื้องต้น ในระยะเร่งด่วน รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร ยา และเครื่องใช้ ซึ่งกองทัพ ยืนยันว่า ได้ลำเลียงสิ่งของจำเป็น เจ้าหน้าที่ และแพทย์เข้าพื้นที่ รวมถึงยังมีเครื่องบิน C-130 ลำเลียงของใช้ลงจังหวัดสงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนอย่างต่อเนื่องไม่มีขาด และรัฐบาลจะระดมจัดหา เพื่อส่งลงยังพื้นที่อีกต่อไป
ส่วนที่ประชาชน ยังไม่สามารถกลับเข้าที่อาศัยได้หลังน้ำลดนั้น โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมจัดที่ราชพัสดุ เป็นพื้นที่พักพิงระยะยาว และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์อพยพนั้น นายกรัฐมนตรี ได้พร้อมสนับสนุนงบกลางในการดูแลผู้ประสบภัย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สามารถใช้งบทดรองจ่ายได้ถึง 100 ล้านบาท
ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในระยะที่ 2 และ 3 นั้น โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้มีการบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การพักหนี้-พักดอกเบี้ยธนาคารรัฐ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้วงเงินรวมทุกบัญชีไม่เกิน 1,000,000 บาท จำนวน 6 เดือน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบดอกเบี้ยอัตรา 4.5% 6 เดือน ให้กับธนาคารของรัฐ และลูกหนี้เดิม ที่มีวงเงินกู้คงเหลือและต้องการกู้เพิ่ม สามารถกู้ได้ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยดอกเบี้ยให้ รวมถึงธนาคารรัฐ ยังมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0% ในปีแรก และอาจมีการปรับเพิ่มในปีต่อไป ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยสูงสุดต้นเงินไม่เกิน 500,000 บาทเป็นระยะเวลา 1 ปี เป็นต้น
ขอให้ประชาชน และผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่า เมื่อน้ำลดแล้วจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อนำไปฟื้นฟูได้ พร้อมกำชับ คปภ.ออกระเบียบการเคลมประกัน เพื่อรับเงินชดเชยตามประกัน รวมถึงมาตรการลดค่าน้ำ ค่าไฟ การยกเว้นภาษีเงินได้ การขยายระยะเวลาการยื่นแบบภาษี การยกเว้นภาษีศุลกากร สำหรับการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เสียหาย และผู้ที่บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย ซึ่งผู้ที่ไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดได้ในระยะนี้ ก็จะไม่กระทบต่อเครดิต หรือติดแบล็กลิสต์ หรือกรณีการขาดการต่อประกัน รัฐบาลได้ช่วยขยายระยะเวลาให้ 90 วัน
ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น โฆษกศูนย์ ศป.ฉก.ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จะมีสินเชื่อฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และโรงงาน รวมถึงมาตรการภาษีเพื่อช่วยซ่อมบ้าน และซ่อมรถ และกระทรวงแรงงานได้มีการประเมินนายจ้างผู้ได้รับผลกระทบกว่า 37,000 ราย ซึ่งประกันสังคมจะเข้ามาช่วยดูแล ทั้งลูกจ้างกรณี ว่างงาน จากเหตุสุดวิสัย ซึ่งจะจ่ายร้อยละ 50 ของค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 180 วัน หรือไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมถึงสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงาน และยังสามารถกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือเครดิตยูเนี่ยน อัตราร้อยละ 2 ต่อปี เพื่อนำไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ทั้งนี้ในระหว่างที่ นายภราดร แถลงถึงสถานการณ์ภัยพื้นที่ภาคใต้จบแล้ว ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องยอมรับแล้วหรือไม่ว่า ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด จนทำให้เกิดความสูญเสีย โดยเฉพาะชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งนายภราดร ไม่ตอบคำถาม ลุกขึ้นกล่าวขอบคุณ และกดปิดไมค์ เดินออกจากจุดแถลงข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที
ทำให้นายสิริพงศ์ และนางสาวรัชดา โฆษก ศป.กฉ. ที่ร่วมแถลงข่าวด้วย ถึงกับงงและลุกขึ้นตาม แต่ผู้สื่อข่าวก็พยายามถามต่อโดย นายสิริพงษ์ เป็นผู้ให้คำชี้แจง จากนั้น นายภราดร ได้เดินกลับมาดูการตอบคำถามของนายสิริพงศ์ ที่พูดเรื่องตัวเลขผู้สูญหายว่า ตัวเลขผู้สูญหายยังไม่สามารถรวบรวมได้ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถรวบรวมตัวเลขได้ทั้งหมด เนื่องจากผู้ประสบเหตุยังไม่ได้อพยพออกมา ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตจะมากกว่า 85 รายหรือไม่ นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า มากกว่านั้นแน่นอน และยังคงต้องติดตามดูหลังจากเข้าไปในพื้นที่ พร้อมยอมรับว่า ขณะนี้ประเมินตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ถูก
ข่าวล่าสุด