นอกจากนี้ นายเฉินได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุน เซน และเคยเดินทางไปทำภารกิจการทูตเคียงคู่กับผู้นำตระกูลฮุนที่คิวบา รวมถึงเป็นตัวแทนมอบความช่วยเหลือลาวในนามรัฐบาลกัมพูชาด้วย และเมื่อสมเด็จฮุน มาเนต ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ชายชาวจีนรายนี้ก็อยู่ในรายชื่อ 1 ใน 104 ที่ปรึกษาของลูกชายคนโตของตระกูลฮุน ซึ่งตำแหน่งนี้มีระดับเทียบเท่ารัฐมนตรี
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา “ปรินซ์กรุ๊ป” ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และเชื่อว่าเป็นผลมาจากการปลอมแปลงโดยกลุ่มอาชญากร
ขณะที่ ไทยพีบีเอส รายงานอ้างว่า พบเว็บไซต์ที่มีโลโก้ และชื่อเดียวกันกับปริ๊นซ์ กรุ๊ป ของนายเฉิน ที่ระบุว่ากลุ่มบริษัทดังกล่าวเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในไทยด้วยเช่นกัน โดยเป็นของ บจก.ปริ๊นซ์ อินเตอร์เนชันแนล คอมพานี (Prince International) ในกรุงลอนดอน
บริษัทแห่งนี้มีสำนักงานอยู่ในกรุงไทเปของไต้หวัน กรุงเทพมหานคร กรุงลอนดอน รวมถึงกรุงพนมเปญของกัมพูชา โดยมีพอร์ตการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศพื้นที่มากกว่า 3.6 ล้านตารางเมตร และมีพื้นที่พัฒนากว่า 5 ล้านตารางเมตร ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม คลับ ศูนย์การค้า ไปจนถึงสำนักงาน โรงแรม วิลลา หรือเกาะต่างๆ
ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ใช้ชื่อบริษัทว่า ไต้หวัน ปรินซ์ เรียล เอทสเตท อินเวสเมนท์ (Taiwan Prince Real Estate Investment) ที่ระบุเบอร์โทรศัพท์ขึ้นต้นรหัสในไต้หวัน และอ้างว่าบริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในบางโครงการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในไทย ทว่าปัจจุบันเว็บไซต์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว
อย่างไรก็ดีพบว่าบริษัทดังกล่าว มีการจดทะเบียนในไทย ชื่อว่า บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่ “อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์” อโศก กทม.
ล่าสุด กรุงเทพธุรกิจ ขยายผลเพิ่มเติม พบว่า บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แจ้งข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่ามีที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่ “อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์” จริง โดยระบุที่อยู่ว่า 32/28 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
สำหรับบริษัทแห่งนี้ พบว่า จดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2565 ทุนปัจจุบัน 2 ล้านบาท ประกอบธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ปรากฏชื่อนาย หวัง ยู่ ถัง สัญชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นกรรมการรายเดียว นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อ 30 เม.ย. 2568 หวัง ยู่ ถัง ถือหุ้นใหญ่สุด 49% นายพิภพ ถือ 21% นายปริตวาทย์ ถือ 20% นายวุฒิชัย ถือ 10%
บริษัทนี้มีการแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิมในปี 2565 จำนวน 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2566 ขณะที่นายหวัง ยู่ถัง เพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการ เมื่อ 5 ก.ย. 2566 และนายวุฒิชัย เข้ามาเป็นกรรมการเมื่อ 10 เม.ย.2567
สำหรับความเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นก่อนหน้านี้ ระหว่าง ม.ค.2566 - ส.ค.2566 พบว่า มีผู้ถือหุ้น 3 ราย คือ พิง ไซอึซ์ ฮวง (สัญชาติจีน) ถือ 49% นายรัชกฤช ถือ 46% ณิชาณัญช์ ถือ 5%
บริษัทแห่งนี้นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 มีสินทรัพย์รวม1,521,851 บาท หนี้สินรวม 5,096,157 บาท มีรายได้รวม 858,415 บาท รายจ่ายรวม 5,072,286 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 70,892 บาท ขาดทุนสุทธิ 4,284,763 บาท
สำหรับผู้ถือหุ้นคนปัจจุบันอย่าง นายหวัง ยู่ถัง ถือหุ้นใหญ่สุด 49% นายพิภพ ถือ 21% นายปริตวาทย์ ถือ 20% นายวุฒิชัย ถือ 10% พบว่า เป็นกรรมการบริษัทเพิ่มเติมอีกดังนี้
1.นายหวัง ยู่ ถัง ไม่พบข้อมูล
2.นายพิภพ ถือหุ้นอีก 2 บริษัทที่เลิกกิจการไปแล้ว
3.นายปริตวาทย์ ถือหุ้นอีก 4 บริษัท/หจก.
4.นายวุฒิชัย ถือหุ้นอีก 5 บริษัท
อย่างไรก็ดีบุคคลข้างต้นยังมิได้ถูกตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐไทย และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นบริษัทเดียวกับ "ปริ้นซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป" ที่ถูกอ้างในร่างกฎหมายของสหรัฐฯหรือไม่ โดยข้อมูลของบริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ปรากฏจากกรมพัฒนาธุรกิจค้าเท่านั้น ดังนั้นจึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
ล่าสุด บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยปฏิเสธว่า บริษัทแห่งนี้เป็นคนละบริษัทกับกลุ่มที่ถูกสหรัฐอายัดทรัพย์นายเฉิน จื้อ วินเซนต์ รวมทั้ง ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกับเช่าตึก อาคาร ซิโน-ไทย หรือเจ้าของอาคาร Sino-Thai Tower แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ อ.กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ถ้า Prince Group มีสาขาในไทยอยู่ในตึกชิโน-ไทยจริงตามข่าวลือ อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลอนุทิน และหลายกลุ่มในไทย
ตะวันตก จับตาการเดินเกมของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และพันธมิตร โดยเฉพาะไต้หวัน สิงคโปร์และเวียดนาม ใช้เส้นทางการเงินอาชญากรรมข้ามชาติกับพรรคการเมืองในไทยเป็นเครื่องมือในการต่อรองให้ไทยยินยอมตามประเด็นที่เอื้อต่อยุทธศาสตร์ของฝ่ายตะวันตก
ทีมตะวันตกประกบกับทีมยุทธศาสตร์ใหญ่ของจีน ซึ่งถูกส่งด่วนลงพื้นที่ทั้งกัมพูชา ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย
นักการเมืองอเมริกันสายเหยี่ยวบางกลุ่มกำลังดันให้ทำเนียบขาวรุกฆาตตระกูลฮุน โดยขึ้นทะเบียน BHQ ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย เนื่องจากหล่อเลี้ยงด้วยเงินอาชญากรรมข้ามชาติ
จีน หมายเลขสองของกองทัพจีนถูกปลดพร้อมกับอีกแปดคน เป็นเรื่องที่ลือมาตั้งแต่ถูกเก็บตัวไปช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ประกาศเป็นทางการเมื่อวานนี้ (17ต.ค.2568) ให้ออกจากตำแหน่งและออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งนับว่าเป็นการลงโทษอย่างรุนแรงมาก การปรับเปลี่ยนระดับสูงในกระทรวงกลาโหมและกองทัพจีนเกี่ยวข้องกับคอรัปชั่น ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับทะเลจีนใต้และกรณีไทย-กัมพูชาด้วย