“วันนี้ผมไม่ได้มาที่จะตั้งแง่ หรือมาเรียกร้องอะไรเลย ขอให้เขาพูดความจริงกับประชาชนก็พอแล้ว เพราะจริงๆ แล้ว ผมเชื่อว่าคนที่เชื่อมั่นในตัวผมและคนที่ติดตามข่าว ไม่มีใครเชื่อ แต่ถ้าคนที่อาจจะอ่านแค่หัวข้อหรือโดนสื่อที่ปลุกปั่น เชื่อว่าก็อาจจะมีคล้อยตาม แต่ความจริงอยู่ที่ปากของเขาอยู่แล้ว วันหนึ่งเขาออกมาพูดว่า ทำไมไม่มีใครมาตรวจเส้นทางการเงินของผม และเขาบอกว่าของเขาถูกทั้งหมด จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ แสดงว่าเขาด่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ว่าเจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบเขามาผิดหมด
หลักฐานก็มีทุกอย่าง ของผมก็โดนตรวจสอบเหมือนกัน ผมไม่ได้เกี่ยวโยงไม่ได้อะไร ของผมดีแคร์ตัวเองได้หมด และอีกวันก็ออกมาพูดว่า ผมเป็นคนไปทำแบบนั้นแบบนี้ และทั้งๆ ที่ภรรยาของเขาก็ออกมา บอกว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร” ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์
ส่วนกรณีที่ ดีเจแมน ไปให้สัมภาษณ์ที่กองปราบบอกว่าคนแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้
นาย รัฐภูมิ ระบุว่า คำนี้ จริงๆก็ไม่ชอบ เพราะไม่ควรมาพิพากษาใคร และไม่ควรจะเหยียบย่ำใคร เพื่อให้ตัวเองได้งาน ไม่ควรไปรับบทน่าสงสาร เพื่อให้ตัวเองได้มีงานทำต่อโดยการที่ว่าร้ายคนอื่น แบบนี้ตนก็ไม่ชอบ และมองว่ามันไม่ถูกต้อง เอาเป็นว่ายังมีอะไรอีกเยอะ แต่ตนเปิดโอกาสให้เขาก็แล้วกัน
ทั้งนี้ ภายหลังขึ้นห้องพิจารณาคดี วันนี้ศาลมีคำสั่งเลื่อนการไต่สวนออกไปเป็นวันที่ 8 ก.ค. 2568 เนื่องจากทนายของฝ่ายจำเลย และทนายของฝ่ายโจทก์ต้องการให้ทั้งคู่มาไกล่เกลี่ยกันก่อน โดยศาลได้นัดวันไกล่เกลี่ยระหว่าง นายรัฐภูมิ และนายพัฒนพล เป็นวันที่ 2 ก.ค.2568 เวลา 09.00 น.
ต่อมานายเตชะสิทธิ์ ทนายความส่วนตัวของนายรัฐภูมิให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ไม่มีการไต่สวนมูลฟ้อง เพราะทางตนและทนายของนายพัฒนพล มีความเห็นตรงกันว่า อยากให้ทั้งคู่เข้ามาพูดคุยกันก่อน โดยจะเป็นการไกล่เกลี่ยกันก่อนในวันที่ 2 ก.ค. 2568 หลังจากนั้นจึงจะเป็นการไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 8 ก.ค. 2568
นายเตชะสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากตัวของนายพัฒนพล โดยตรง แต่มาจากคนกลาง ทั้งตนและทนายฝ่ายจำเลยจึงมองว่า การเข้ามาไกล่เกลี่ยกันก่อนน่าจะเป็นทางออกที่ดีของเรื่องนี้มากกว่า และตนมองว่าต่อไปปัญหาเรื่องนี้น่าจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าไม่มีการไปพาดพิงเกิดขึ้นอีก ให้มองว่า ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้สิทธิ์จะดีกว่า
เมื่อถามว่า หลังจากขึ้นศาลวันนี้มีความสบายใจขึ้นไหม นายรัฐภูมิ กล่าวว่า มีความสบายใจมากขึ้น เนื่องจากทนายของนายพัฒนพล ก็พูดคุยกับตนเองเป็นอย่างดี และตนก็อยากฝากไปถึงนายพัฒนพลว่า หลังจากนี้ให้เชื่อทนายความของเจ้าตัวให้มากขึ้นหน่อย แต่ตนยืนยันว่าจะยังไม่คุยกับนายพัฒนพล แต่จะรอเข้ามาเจอกันในวันไกล่เกลี่ยเลยมากกว่า เพราะตนไม่ได้มีความคิดที่จะไปทำร้ายครอบครัวของเขาเลย
แต่ตนมองว่านายพัฒนพล เลือกที่จะเชื่อคนกลางมากกว่า และตนก็เป็นห่วงครอบครัวของนายพัฒนพล ด้วย และอยากให้เจ้าตัวเชื่อครอบครัวเยอะ ๆ อย่าเชื่อคนกลางมากกว่า ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในวันที่ 2 ก.ค.นี้ ทั้งตนและนายพัฒนพล จะสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ในที่สุด