คืนแรกในเรือนจำ นายสามารถ มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย พยาบาลรับตัวไว้ที่สถานพยาบาล โดยเช้านี้อาการทั่วไปปกติ รอพบแพทย์ประเมินอาการ ยังไม่ร้องขออะไรเป็นพิเศษ
สำหรับสภาพจิตใจของนายสามารถนั้น มีความเครียดตามปกติของผู้ต้องขังแรกรับ และนายสามารถ ไม่รับประทานอาหารมื้อเช้าที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จัดเตรียมไว้ให้ ดื่มแต่น้ำอย่างเดียว ซึ่งมื้อเช้าวันนี้ (27 พ.ย.67) เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้จัดเตรียมอาหารเป็น ต้มยำไก่ ไข่ต้ม พร้อมข้าวสวย
หลังจากนี้ระเบียบและขั้นตอนคือ ดำเนินการทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ ตรวจสุขภาพร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนเข้าสู่กระบวนการอยู่แดนกักโรค 5 วัน ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งในระหว่างกักโรค
จากนั้นปฐมนิเทศผู้ต้องขังใหม่อีกประมาณ 1 สัปดาห์ โดยช่วงปฐมนิเทศเป็นต้นไป ญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่เรือนจำได้ เพื่อพิจารณาส่งไปควบคุมต่อที่แดนปกติในเรือนจำ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความเหมาะสมของตัวผู้ต้องขังเป็นหลัก
ส่วนทนายความสามารถมาเยี่ยมได้ และอนุญาตให้ญาติฝากของมาเยี่ยมได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้เข้ามาเยี่ยมที่เรือนจำ
ด้าน แม่ของนายสามารถ บอกว่า นายสามารถ จะอดอาหารในระหว่างต่อสู้คดีนั้น
นางกนกวรรณ เผยว่า หากผู้ต้องขังประสงค์ที่จะอดอาหารก็ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง แต่ขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ จะต้องให้ผู้ต้องขังที่ประสงค์อดอาหารเซ็นเอกสารใบรับรองยืนยันว่าจะอดอาหารจริง และอนุญาตให้แพทย์เข้ามาตรวจอาการ เพื่อความปลอดภัยของร่างกายทุกวัน
รวมทั้งจะพูดคุยถึงเหตุผลของการอดอาหาร พยายามพูดคุยในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสีย แต่ก็ต้องเคารพในสิทธิการตัดสินใจของผู้ต้องขังรายนั้น ยืนยันมาตรการคุมขังเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดป้องกันเหตุที่อาจมีคู่กรณี