เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลเลื่อนฟังคำตัดสิน คดี “เตี้ย มช.” แฟนคลับยังมั่นใจด้านกฎหมาย

29 ต.ค. 2567

ศาลเลื่อนฟังคำตัดสิน คดี “เตี้ย มช.” แฟนคลับยังมั่นใจด้านกฎหมาย

แฟนคลับ “เตี้ย มช.” และมูลนิธิวอชด็อก ร่วมฟังคำตัดสินศาลอุทธรณ์ คดี ส.ต.ท.ปลิดชีพสุนัขขวัญใจชาว มช. โดยศาลเลื่อนฟังคำตัดสินเป็น 13 ม.ค.2568 แฟนคลับยังมั่นใจด้านกฎหมาย ลุ้นเพิ่มโทษ

จากกรณี “เตี้ย มช.” สุนัขขาสั้นพันธุ์ทาง ที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รู้สึกผูกพันธ์ เนื่องจากเป็นสุนัขที่น่ารักและเป็นที่จดจำได้ง่าย โดยเฉพาะงานประเพณีรับน้องของนักศึกษา จะเห็น “เตี้ย มช.” เข้าร่วมเดินขึ้นดอยกับกลุ่มนักศึกษาด้วย

ต่อมาได้ถูกบุคคลปริศนาพาขึ้นรถก่อนจะทำร้ายจนถึงแก่ความตาย เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด คือ ส.ต.ท.ตำรวจ ตชด. และกลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ทารุณกรรมสัตว์ โดยศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ก่อนจะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อ และศาลได้นัดฟังคำตัดสินอีกครั้งในวันนี้ (29 ต.ค.2567)

ศาลเลื่อนฟังคำตัดสิน คดี “เตี้ย มช.” แฟนคลับยังมั่นใจด้านกฎหมาย

วันที่ 29 ตุลาค 2567 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ น.ส.รุ้งนภา ชยุติมันต์กุล แฟนคลับของ “พี่เตี้ย มช.” และกลุ่มแฟนคลับ รวมทั้ง นางภูริตา วัฒนศักดิ์ ประธานมูลนิธิและหัวหน้ากฎหมาย มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ และกลุ่มเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้มารวมตัวกันและเข้ารับฟังคำตัดสินของศาลจังหวัดเชียงใหม่

น.ส.รุ้งนภา ชยุติมันต์กุล แฟนคลับของพี่เตี้ย มช. กล่าวว่า ความคาดหวังในครั้งนี้คือการบังคับใช้กฎหมายเป็นสิ่งสำคัญ ในเมื่อมีกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ และสวัสดิภาพสัตว์มาตั้งแต่ปี 2557 ช่วง 10 ปีมานี้ก็มีการทารุณกรรมสัตว์เกิดขึ้นทุกวัน

ในกรณีนี้เป็นเหตุจงใจและเจตนาฆ่าพี่เตี้ย มีการวางแผนล่วงหน้า จึงอยากให้คดีพี่เตี้ย เป็นคดีตัวอย่าง เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นว่ากฎหมายสามารถปกป้องคุ้มครองสัตว์ได้อย่างแท้จริง หากผลในวันนี้ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็คงเสียใจ เพราะการบังคับใช้กฎหมาย ถ้ามีแล้วไม่สามารถบังคับใช้ได้ กฎหมายก็เป็นเพียงแค่ตัวอักษรที่ไม่เกิดการปฏิบัติใช้จริง

ศาลเลื่อนฟังคำตัดสิน คดี “เตี้ย มช.” แฟนคลับยังมั่นใจด้านกฎหมาย

ดังนั้น การทารุณกรรมสัตว์ก็จะเกิดขึ้นทุกวันและจะมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีการลดน้อยลง เพราะคนไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก่อนหน้านี้ทางศาลได้ตัดสินโทษกับผู้กระทำความผิดจำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เป็นการตัดสินของศาลชั้นต้น แต่ได้มีการอุทธรณ์ต่อ เพื่อขอเพิ่มโทษในคดีนี้ และเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจมาก

ซึ่ง “พี่เตี้ย” ทำประโยชน์ให้กับสัตว์จรจัดและสัตว์ที่อาศัยอยู่ใน มช. เป็นอย่างมาก เพราะมีเม็ดเงินเข้ามาช่วยสนับสนุน ในวันนี้เรามั่นใจมากในเรื่องของการต่อสู้ด้านคดี เพราะกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ไม่เพียงแต่เจ้าของ เพราะตามกฎหมายคำว่า เจ้าของ ในเรื่องของการทารุณกรรมสัตว์คือ ผู้ดูแลด้วย และทุกคนทราบว่า เพจเตี้ย มช. เป็นผู้ดูแลสุนัขตัวนี้มาโดยตลอด จึงได้มีชื่อและนามสกุลว่า เตี้ย มช. เป็นที่รับรู้ในทางสาธารณะชนโดยทั่วไปว่า พี่เตี้ย เป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ โดยสิ่งคาดหวังเรื่องการตัดสินโทษอยากให้ตัดสินใน อัตราโทษสูงสุด คือจำคุก 2 ปี และปรับ 40,000 บาท

ส่วนของการลักทรัพย์กลางคืน เป็นดุลยพินิจของศาลว่าท่านจะพิจารณาว่าจะมีโทษอย่างไร

ด้านนางภูริตา วัฒนศักดิ์ ประธานมูลนิธิและหัวหน้ากฎหมายมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ กล่าวว่า ประเด็นอุทธรณ์เยอะมากทั้งฝ่ายเรา และฝ่ายจำเลย ทางศาลอุทธรณ์พยายามมากแล้วที่จะให้แล้วเสร็จในวันนี้ แต่สุดท้ายก็พบว่าไม่ทัน จึงได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 13 มกราคา 2568 ก็ไม่แปลกใจที่มีการเลื่อน เพราะทางเรารู้ดีอยู่แล้วเรื่องสำนวนการฟ้องอุทธรณ์ ซึ่งแน่นหนาและละเอียดมาก ไม่สามารถทำละเอียดมากกว่านี้ได้อีกแล้ว

ถ้าศาลเห็นว่าละเอียดมากพอที่จะพิจารณาเพิ่มก็รู้สึกดีใจมากด้วยซ้ำไป เพราะศาลให้ความสำคัญในประเด็นที่เราฟ้องไป ทั้งเรื่องของการเพิ่มโทษการทารุณกรรมสัตว์ และขอให้พิจารณาประเด็นการลักทรัพย์กลางคืน เพราะต้องพิจารณาว่า เตี้ย เป็นสุนัขที่มีเจ้าของ หรือมีผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นคุณลุงสมศักดิ์ หรือเพจเตี้ย มช. และทางเพจเตี้ย มช.ก็ให้ความร่วมมือดีอยู่แล้วในเรื่องของการยอมรับว่า เตี้ย เป็นหมาชุมชนและอยู่ในความดูแลของเพจเตี้ย มช. ซึ่งตรงกับความหมายของเจ้าของสัตว์ ของ พรบ.ทารุณกรรมสัตว์ ปี 2557 เพราะความหมายของเจ้าของสัตว์คือผู้ครอบครองหรือผู้ดูแล ซึ่งโทษการทารุณกรรมสัตว์ได้พิจารณาแล้ว และสมความปรารถของพวกเรา แต่เหลือโทษลักทรัพย์กลางคืนที่ต้องชี้ให้เห็นว่า เตี้ย เป็นหมามีเจ้าของหรือผู้ดูแล
ศาลเลื่อนฟังคำตัดสิน คดี “เตี้ย มช.” แฟนคลับยังมั่นใจด้านกฎหมาย

ในวันนี้อัยการศาลสูงได้ดำเนินการให้เราอย่างดี ในวันนี้เรามีความหวังมาก แต่จะเลื่อนออกไปอีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไร เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาอย่างครบถ้วน เราก็ยินดี ซึ่งการทารุณกรรมสัตว์ ไม่ได้มีแค่ข้อหาการทารุณกรรมสัตว์อย่างเดียว และมีข้อหาที่เป็นกฎหมายอาญาเพิ่มด้วย อย่างคดีของพี่เตี้ย ซึ่งคดีทารุณกรรมสัตว์ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นความจริง เหลือแต่การพิสูจน์เรื่องว่าพี่เตี้ย เป็นสัตว์มีเจ้าของ เพราะคุณลุงสมศักดิ์ เป็นผู้ดูแลมาตั้งแต่แรก และทางเพจเตี้ย มช. ได้รับมาดูแลต่อในฐานะหมาชุมชน ก็หมายความว่า เตี้ย มีผู้ดูแลและตรงกับความหมายของกฎหมายอยู่แล้ว จึงรอเรื่องของข้อหาลักทรัพย์กลางคืนเพราะว่าโทษสูงกว่าการทารุณกรรมสัตว์