จากนั้นจะตระเวนไล่ป้อหยอดเหล่าบรรดา “หญิงสาว” และ “สายมู” ในโลกโซเชียล ด้วยสภาพภายนอกเป็นชายหนุ่มไฮโซหน้าตาดี บวกกับทักษะการเกี้ยวพาราอย่างช่ำชอง ทำให้ความสัมพันธ์เจ้าตัวกับเหยื่อ ก้าวไปสู่การนัดพบเจอ หรือการหลองลวงซื้อขายของออนไลน์ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย คนร้ายจะแต่งตัวดี ดูมีฐานะ เสมือนเป็นไฮโซจริง แต่ที่เหลือร้ายคือทักษะการสนทนา ที่จะมักอวดอ้างว่า รู้จักไฮโซคนดัง หรือผู้มีอำนาจคนนั้นคนนี้
และคนร้ายยังอ้างว่า ตนเป็นเจ้าของธุรกิจต่างๆ บ่อยครั้งคือ เป็นเจ้าของเต้นท์รถ , เจ้าของสำนักกฎหมาย หรือเป็นเจ้าของกิจการต่างๆ อีกมากมาย แต่เมื่อได้คบหากันพักหนึ่ง ก็จะเข้าสู่กระบวนการหลอกลวง เพื่อเอาทรัพย์สินหรือการ “เชือด” นั่นเอง
โดยการเชือดอย่างไรนั้น จะขึ้นกับสถานการณ์ในความสัมพันธ์ทั้งสอง แต่โดยส่วนใหญ่เหยื่อจะถูก “ยืมเงิน” และถูกหลอกลวง เช่น การยืมรถและแอบนำไปจำนำในตลาดมืด ก่อนจะหายเข้ากลีบเมฆ โดยคนร้ายรายนี้ตระเวนก่อเหตุในลักษณะนี้เป็นเวลาหลายปี ผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10,000,000 บาท ซึ่งต่อมาคนร้ายรายนี้ถูกตำรวจออกหมายจับ ตามมาเป็นขบวนกว่า 9 หมายจับ (และอีกไม่ต่ำกว่า 10 คดี ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี) สามารถจับกุมได้เมื่อปี 66