สำหรับพฤติการณ์ขอผู้ต้องหา คือ มีผู้เสียหายที่รู้จัก "เชฟอ้อย" ผ่านทางสื่อโทรทัศน์ และเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นเชฟชื่อดัง จึงติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหาร จึงได้พูดคุยจนเกิดความสนิทสนมกัน
ต่อมาเชฟอ้อย เห็นว่าผู้เสียหายต้องการจะขาย ทองคำ เพชร และพระเครื่อง มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท จึงเสนอตัวจะเป็นนายหน้านำทรัพย์สินดังกล่าวไปทำการขายให้
ผู้เสียหายเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นเชฟชื่อดังและเป็นที่รู้จักในวงการ จึงยอมให้ผู้ต้องหานำทรัพย์สินดังกล่าวไปเพื่อทำการขาย ระยะเวลาผ่ายไปหลายเดือนผู้เสียหายยังไม่ได้รับเงินจากการฝากขาย
ต่อมาทราบภายหลังว่า "เชฟอ้อย" ผู้ต้องหาได้นำทรัพย์สินของตนไปมัดจำเพื่อเปิดร้านอาหาร จึงได้ทวงถามกลับมายังผู้ต้องหา พบว่าเป็นความจริง ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สน.บางบอน กระทั่งถูกจับกุม
จากนั้นตำรวจ บก.สอท.1 นำตัวมาสอบปากคำ
เบื้องต้น เชฟอ้อน ให้การสารภาพว่า "ได้นำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปจริงโดยสาเหตุมาจากหมุนเงินไม่ทัน หลังจากที่ออกรายการชื่อดัง ทำให้มีผู้ติดตามลดลงและมีคนซื้อแฟรนไชส์ลดลงด้วย ทำให้ประสบปัญหาในเรื่องของธุรกิจ จึงตัดสินใจก่อเหตุ"
ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.บางบอน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ก่อนนำส่ง สน.บางบอน เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ดูคลิป