เมื่อถามว่าที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯมีผลการปราบปรามยาเสพติดชัดเจนจะมีการเข้าไปขอคำปรึกษาหรือไม่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าผู้บริหารของบ้านเมือง มั่นใจว่าทุกคนเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นจะปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะทำงานกับรัฐบาลใหม่ได้ ใช่หรือไม่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า สำหรับตนเองทำได้อยู่แล้ว เพราะมีความสุขกับการทำงาน หน้าที่ใดที่ได้รับมอบหมายก็ทำให้สุดความสามารถ และไม่คาดหวังอะไรในตำแหน่ง ยืนยันว่าการเข้าพบนายกรัฐมนตรี ไม่มีการทาบทามใดๆ ร้อยเปอร์เซ็น มีเพียงเรื่องยาเสพติด เพราะมีทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และ ป.ป.ส. รวมถึงสาธารณสุขด้วย เพื่อรับฟังการขับเคลื่อนและสิ่งที่ต้องทำในอนาคตเรื่องมาตรการและแนวทางปฎิบัติ
เมื่อถามเรื่องการแถลงข่าวช่วงนี้มีการทำผลงานอะไรหรือ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ไม่มีการเร่งทำผลงาน เนื่องจากตนรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่อง การป้องกันปราบปรามและ ผอ.ศูนย์อำนายการป้องกันปราบปรามอำนวยการเรื่องยาเสพติดด้วย เรื่องยาเสพติดถือว่าเป็นภัยคุกคาม ต่อประชาชนและเป็นผลกระทบทำให้เกิดบุคคลคุ้มคลั่งด้วย และมีการระบาดแพร่หลาย จึงเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องเดินหน้าปราบปราม ไม่ได้คิดถึงเรื่องการสร้างผลงานใดๆ
เมื่อถามว่ามีการตั้งเป้าในการพิจารณาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่หรือไม่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า "อย่าถามเรื่องว่าเคยตั้งเป้าเลย เพราะแค่คาดคิดก็ยังไม่คาดคิด เพราะคิดว่าเราเติบโตมา ถึงตรงนี้ได้ ได้ทำงานดูแลตำรวจ และลูกน้องมาจนถึงทุกวันนี้ คิดว่ามีความสุขแล้ว และมีความสุขกับการทำงานก็พอแล้ว แต่เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อะไร แต่เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อะไรก็ทำเต็มสุดความสามารถ ไม่ได้หมายความว่าตั้งความหวังหรือตั้งเป้า หรือความ ทะเยอทะยาน ใดๆทั้งสิ้น
ส่วนการพิจารณาตำแหน่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สื่อต้องไปถาม กับผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายตำรวจ ในการเสนอรายชื่อต่อที่ประชุม คือท่านนายกรัฐมนตรี จนมั่นใจว่ารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกคนทำงานหนักหนาไม่แพ้กัน ทุกคนต่างมีหน้าที่ และต่างคนต่างทำหน้าที่กันไป การพิจารณาก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรีและคณะก.ตร. ว่ามีความคิดเห็นหรือมีมติอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของอนาคต