svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

จ่อหมายจับ-หมายแดง ล่า 3 คนร้าย คดีสังหาร "หนุ่มเกาหลี" ยัดถังโปกปูนถ่วงน้ำ

12 พฤษภาคม 2567
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

ตำรวจจ่อหมายจับ 3 คนร้าย พร้อมประสานขอออกหมายแดง คดีอุ้มสังหาร "หนุ่มเกาหลี" ยัดถังโปกปูนถ่วงน้ำ ขณะญาติเศร้า เข้าพบตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตฯ ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ

12 พฤษภาคม 2567 ความคืบหน้าคดีอุ้ม นายโรห์ อึน จง อายุ 34 ปี "หนุ่มเกาหลี" ไปรีดทรัพย์ก่อนสังหารโหด นำร่างใส่ถังน้ำโบกปูนถ่วงน้ำ ที่อ่างเก็บน้ำมาบประชัน หมู่ 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เบื้องต้นแกะรอยกล้องวงจรปิด

ล่าสุดที่ สน.มักกะสัน เมื่อเวลา 13.20 น. ญาติของผู้เสียชีวิต 2 คน ที่บินมาจากเกาหลีใต้ เดินทางมาถึงที่โรงพักแล้ว พร้อมกับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย 3 คน เมื่อมาถึงได้เดินเข้าไปในห้องสอบสวนทันที และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ประกอบกับเจ้าหน้าที่สถานทูตได้ขอความร่วมมือไว้ก่อนหน้านี้

จากการสังเกตพบว่า พี่สาวของผู้เสียชีวิต และลูกพี่ลูกน้อง มีสีหน้าเคร่งเครียด และเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด 

จากนั้นทั้งหมดได้เดินเข้าห้องของพนักงานสอบสวน เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ทำการตรวจเก็บดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์เทียบกับอัตลักษณ์ของศพผู้เสียชีวิต เป็นการยืนยันว่าคือนายโรห์ อึน จง จริง ก่อนจะนำไปสู่การออกหมายจับ 3 คนร้าย และรับร่างของผู้เสียชีวิตกลับประเทศ
 

กระทั่งเมื่อเวลา 14.00 น. พลตำรวจตรีนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.  เดินทางมาร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีชาวเกาหลีถูกแก๊งเพื่อนร่วมชาติอุ้มรีดค่าไถ่ 3,000,0000 บาท ก่อนถูกฆ่ายัดถังถ่วงทิ้งอ้างเก็บน้ำเมืองพัทยาที่ สน.มักกะสัน

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันที่ 12 พ.ค.ที่ห้องประชุม สน.มักกะสัน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รองผบก.น.5 พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าว และเครื่องมือพิเศษบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน ชุดสืบสวนนครบาล ชุดสืบสวนบก.น.5 ชุดสืบสวนสน.คลองตัน ชุดสืบสวนสน.มักกะสัน ร่วมประชุมความคืบคดีกว่า 2 ชั่วโมง 
 

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้มีการประสานญาตินายโรห์ อึง จง เพื่อมาพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์บุคคลที่พบศพเมื่อคืนนี้ หลังเมื่อวันที่ 7 พ.ค.รับแจ้งจากแม่ของนายโรห์ ที่หายตัวไป ที่แจ้งเรื่องกับทางสถานฑูตเกาหลีก่อนเดินทางเข้ามาแจ้งกับตำรวจ สน.คลองตันว่าถูกคนร้ายใช้ ไอดีโทรศัพท์ของตัวผู้ตายโทรไปข่มขู่ว่า นายโรห์ มีการนำยาเสพติดไปโยนทิ้งลงน้ำ จนเกิดความเสียหายจึงเรียกร้องเงินจำนวน 3 ล้านบาท 

ทาง สน.คลองตัน จึงรายงาน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.สั่งการให้ บก.สส.บช.น.และ สืบ บก.น.5 และสน.คลองตัน ทำการสืบสวน จากการตรวจสอบนายโรห์ เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อ 30 เม.ย.67 และมาพัก รร.รามาด้า ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค.หลังรับแจ้งจึงเริ่มทำการสืบสวน พบว่า ช่วง 16.00 น.ของวันดังกล่าวนายโรห์ ได้เดินไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง และกลับเข้าที่พัก 

ต่อมาเวลา 19.36 น.นายโรห์ เดินออกจากโรงแรม และขึ้นวิน จยย.รับจ้าง ไปยังสถานบันเทิง อาร์ซีเอ และพบว่ามีเพื่อนชาวเกาหลีเดินมาประกบตอนขาออก เวลาประมาณ ตีสองกว่าๆ โดยมีรถยนต์มาจอดรอรับ 

จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ามีชาย 2 คนเป็นคนขับ 1 และอีกคนนั่งข้าง อยู่ภายในรถ กับอีก 1 คนที่เดินประกบนายโรห์  รวมผู้ก่อเหตุ 3 คน 

จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบว่าเป็นรถเช่าโดยมีชื่อนายคิม เป็นผู้เช่า และเป็นคนขับ โดยใช้เส้นทางออกจากผับ RCA ไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านร่มเกล้า กทม. จาการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวพบว่ามีนายลี เป็นผู้เช่า และพบว่ากล้องวงจรปิดถูกถอดออก ทำให้สามารถ เก็บมาได้เพียงบางส่วน เริ่มเช่าเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ถึงวันที่ 4 พ.ค. ซึ่งวันเกิดเหตุคือ วันที่ 2-3 พ.ค. 

แนวทางการสืบสวนเชื่อว่า คนร้ายมีการวางแผนเพื่อเช่าบ้านหลังดังกล่าวไว้ก่อนจะก่อเหตุ ร่องรอยคนร้ายพบว่าเมื่อเข้าไปถึงบ้านหลังดังกล่าวได้มีการดึงสายเราท์เตอร์กล้องออกทั้งหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีภาพเหตุการณ์วันดังกล่าว 

หลังจากนายคิม ขับรถคันดังกล่าวเข้าไปภายในบ้าน แล้วนายคิมขับรถออกมาคอนโดแห่งหนึ่งที่ สุขุมวิท เพื่อเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า ก่อนขับกลับมาบ้านหลังเดิมอีกครั้ง จากนั้นมีการขับรถยนต์พานายโรห์ ออกไป ซึ่งเชื่อว่าออกไปกันทั้งหมด 4 คน แล้วมุ่งหน้าไปคอนโดอีกแห่ง ซอยสุขุมวิท 77 จากนั้นคนร้ายคนที่ 3 ชื่อนายลน ลงจากรถไปเอาสิ่งของบางอย่างที่คอนโด ลงมาให้กับคนในรถ แต่นายลน ไม่ได้ไปด้วยกัน

จากนั้นรถคันดังกล่าวขับไปที่ด่านลาดกระบังขาออกมุ่งหน้าเส้นพัทยา ทำให้เชื่อว่าคนในรถมีเพียง 3 คนเท่านั้น คือนายคิม และนายลี และนายโรห์ผู้ตาย จากนั้นเมื่อไล่กล้องวงจรปิดไปพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้เข้าไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านมาบประชัน พัทยา ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีนายลี ผู้ก่อเหตุ เป็นคนเช่าไว้ เช่าตั้งแต่วันที่ 3 -10 พ.ค.เชื่อว่ามีการวางแผนว่าหากนำตัวมาแล้วจะไปพักยังบ้านหลังดังกล่าว 

หลังจากนั้นช่วงเวลาประมาณ 10:00 น.ตัวนายคิม ได้ขับรถออกไปยังร้านวัสดุแต่ยังไม่มีการซื้อของใดๆ กระทั่ง 10.45 น.นายคิม ขับรถไปจอดหน้าบริษัทให้เช่ารถ และนายคิมลงมาทำสัญญาเช่ารถกระบะ สีขาว และขับรถกระบะกลับไปยังบ้านพัก โดยรอบแรกเวลา 11.36 ของวันที่ 3 พ.ค.ยังไม่มีสิ่งของอยู่บริเวณท้ายรถกระบะ จากนั้นช่วง 15.00 น.นายคิม เป็นขับกระบะ มีนายลีนั่งมาด้วย และเวลา 15.17 น.มีการขับไปร้านค้าเพื่อซื้อถังสีดำขนาดใหญ่ และเชือกนำไปไว้ท้ายกระบะ มีผ้าคลุมก่อนกลับไปยังบ้านพักในหมู่บ้านที่เช่าไว้

ต่อมาวันที่ 4 พ.ค. คนร้ายได้ถอดกล้องวงจรปิดออกจากบ้านเช่าดังกล่าวออกทั้งหมด จนกระทั่งรุ่งขึ้นวันที่ 4 พ.ค.เวลา 17.00 น. นายลี ขับกระบะ สีขาวออกไป 1 คัน และนายลี ขับรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า ซิตี้ ออกจากหมู่บ้าน และขับวนในพัทยา ราว 5 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 22.00 น. พบภาพวงจรปิดจากร้านค้าเห็นรถยนต์ 2 คันขับมาประกบกัน แถวอ่างเก็บน้ำมาบประชัน แล้ว 1 คนลงจากรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ มาหารถกระบะ แล้วกระบะก็ท่อเข้าไปริมอ่างเก็บน้ำ ใช้เวลาประมาณ 25 นาที รถกระบะคันดังกล่าวก็ขับออกมา แล้วกลับไปยังหมู่บ้านมาบประชัน 

วงจรปิดหน้าหมู่บ้านเห็นชัดว่า ขาไปพบท้ายรถกระบะมีผ้าคลุมสีดำ และถังดำอยู่ แต่ขากลับเข้าหมู่บ้าน เวลา 22.43 น.กลับไม่มีถังและผ้าคลุมท้ายรถแล้ว ทางฝ่ายสืบสวนจึงเชื่อว่า มีการนำถังไปโยนทิ้งบริเวณอ่างเก็บน้ำ จึงประสานนักประดาน้ำค้นหาจนเจอศพสภาพถังโบกปูนปิด ด้านกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้วจึงนำส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ 

ทั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุมีจำนวน 3 ราย แล้วจากการตรวจสอบข้อมูลจากตรวจคนเข้าเมือง ตม. พบว่า จำนวน 2 รายได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่อีก 1 ราย ซึ่งพบเพียงเดินทางเข้ามาประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังไม่พบมีการเดินทางออก

เบื้องต้นจึงมีการประสานกับทางสถานทูตเกาหลีและตำรวจเกาหลี ในการขอข้อมูลและมีการประชุมร่วมกันโดยทางเกาหลีพร้อมประสานความร่วมมือในการติดตามจับคนร้ายกลุ่มนี้ เนื่องจากมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน และหากพบว่าผลตรวนดีเอ็นเอ เป็นของนายโร จริง ก็สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาและประสานออกหมายแดง รวมถึงสาเหตุครั้งนี้ ทางชุดสืบสวนได้มีการขอประวัติย้อนหลัง ของตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 3 ราย โดยทางตำรวจเกาหลีรับเรื่องไว้เพื่อหาสาเหตุครั้งนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 3 รายคือ

  • 1.นายคิม ฮยองวอน (Mr.KIM HYEONGGWON) หลบหนีไปที่ประเทศเมียนมาร์
  • 2.นายลี ยองจิน (Mr.LEE YOUNGJIN) หลบหนีไปประเทศกัมพูชา
  • 3.นายลี โรอุน (Mr.LEE ROUN) เดินทางกลับประเทศเกาหลี
logoline