ถามว่าความเหมือนที่แตกต่างเป็นอย่างไร ทนายตั้ม กล่าวว่า เคสบิ๊กโจ๊ก มีการโอนเงินเข้าแม่ น้องชาย จ่ายค่าสาธารณูปโภค และตำรวจหลายคนที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนฝั่งบิ๊กต่อ มีการจ่ายเงินเดือนให้ภรรยา พี่ชาย พี่สาว ค่าบ้าน ค่าคอนโด 3 แห่ง ค่ารถหลายคัน รวมไปถึงตำรวจอีกหลายคน ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งพรุ่งนี้ (24 เมษายน) เวลา 10.00 น. ตนจะเอาหลักฐานชิ้นนี้ไปมอบให้กับ บก.ปปป. ส่วน "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. จะมารับเอกสารหรือไม่ ตนไม่สนใจแล้ว
ทนายตั้ม กล่าวอีกว่า ตนอยากชี้ให้ประชาชนเห็นว่า การดำเนินคดี 2 บิ๊กตำรวจ แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ของบิ๊กต่อทำงานกันไม่เป็นเลย แต่ของบิ๊กโจ๊ก ทำสำเร็จจนออกจากราชการไปแล้ว
"ฝากถึงบิ๊กเต่าดูผมเป็นตัวอย่าง ผมเปิดทั้งสองคนเลย ไม่เกรงใจพี่น้อง เพราะอยากให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ให้ส่วยหมดไป ขอถามท่านว่ากล้าหรือเปล่า กล้าจะดำเนินคดีกับคนที่ไม่มีใครกล้าแตะ อนาคตผมอาจจะถูกยิงตายก็ได้ แต่ว่าวันนี้ผมได้ทำเพื่อชาติเพื่อบ้านเมืองแล้ว หากส่วยมันหมดไปผมอาจจะได้ขึ้นสวรรค์ก็ได้" ทนายตั้ม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกมาแฉเส้นทางการเงิน เป้าหมายคืออะไร ทนายตั้ม กล่าวว่า หวังว่าจะดำเนินคดีอย่างเท่าเทียม อย่าทำให้ประเทศไทยเป็นสองมาตรฐาน ตนอยากให้ออกหมายเรียก ไม่มาออกหมายจับ เอาให้เหมือนกัน ถ้าทำทันก็ให้ออกจากราชการ อย่าให้องค์กรตำรวจเสื่อมไปมากกว่านี้
การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่ยังไม่ใช่ก๊อกสุดท้าย แต่เพิ่งเริ่ม ยังมีเรื่องฟอนเฟะอีกเยอะ อย่างที่เคยเกริ่นๆ ไป เรื่องส่วย 18 อย่าง ยังไม่ได้แฉเลย ยังมีอีกหลายก๊อก
ถามว่าหลักฐานของทนายตั้ม หากสุดท้ายดำเนินคดีกับบิ๊กต่อไม่ได้ จะเป็นอย่างไร ทนายตั้ม กล่าวว่า ก็สะท้อนมาตรฐานของตำรวจไทย ตนเอาเหยื่อไปป้อนอินทรีไม่รู้กี่คำ ยังบินเองกันไม่ได้ ซึ่งพรุ่งนี้ตนจะแยกหลักฐานเป็นกลุ่มๆ ไปมอบให้ และดูว่าจะทำงานกันได้ไหม ถ้ายังยืนยันคำเดิมว่าหลักฐานขนาดนี้ ดำเนินคดีไม่ได้ ไปชิงหมาเกิด