พบจ่ายส่วยเดือนละ 4 แสน
พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวอีกว่า สำหรับบุคคลในหมายจับนั้น ถือเป็นนายทุนรายใหญ่ และใหญ่กว่านายหลี่ เซิ่งเจียว หรือเฮียเก้า (ผู้ต้องหารายสำคัญในคดีตีนไก่สวมสิทธิ) เนื่องจากกลุ่มคนตามหมายจับมีการจ่ายส่วยให้บุคคลที่ถูกระบุว่า “เฮียเก้า” โดยการจ่ายผ่านบัญชีธนาคาร ยอดเงินเดือนละ 400,000 บาท พบรายการการจ่ายเงินเพียง 2 เดือนในห้วงปี พ.ศ. 2565 และที่สำคัญชิ้นส่วนสุกรครึ่งประเทศอยู่ที่โรงงานของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันนี้ ดีเอสไอสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 3 ราย คือ
1.นายประกร มหากิจโภคิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีมาร์ท ซุปเปอร์สโตร์ จำกัด หรือ P-MART โดยนายประกร มีพฤติการณ์รับรู้การจ่ายส่วยต่าง ๆ
2.น.ส.ชนิสรา มหากิจโภคิณ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ บริษัท พีมาร์ท ซุปเปอร์สโตร์ จำกัด
3.นายพลภัทร สุขหน้าไม้
โดยในส่วนของนายพลภัทร พบว่ามีชื่อเป็นผู้จ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ คือ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและกรมปศุสัตว์ โดยจ่ายส่วยแบบรายเดือนและเป็นการจ่ายรายตู้
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 ราย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ โดยชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
พบหลักฐาน "เจ้าหน้าที่รัฐ-สื่อมวลชน" รับส่วย จ่อเรียกสอบปากคำ
นอกจากนี้ จากการตรวจค้นบริษัทฯ เรายังพบเอกสารจดบันทึกรายการจ่ายเงิน หรือบัญชีส่วย บัญชีธนาคาร ซึ่งพบผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากทั้งนายตำรวจ ทหาร ปลัด เจ้าหน้าที่ของรัฐ และสื่อมวลชนบริเวณจังหวัดชายแดนที่บริษัทมีการส่งสินค้าข้ามแดนและรับสินค้าข้ามแดนอีกด้วย โดยเราจะเชิญบุคคลที่อยู่ในบัญชีส่วยทั้งหมดมาสอบปากคำในฐานะพยานต่อไป
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้ ฐานกระทำความผิดโดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากรโดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้น ๆ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้นตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243 มาตรา 244 และนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 68 ฐานฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 ประกอบมาตรา 60 มาตรา 61 ฐานเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 ประกอบมาตรา 83