และ "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
สามารถทำการตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย
1.ปืนแบลงค์กัน ยี่ห้อ sig sauer p365 (ปืนแปลง) ขนาด .380 acp จำนวน 1 กระบอก
2.กระสุนปืนขนาด .380 acp บรรจุภายในแมกกาซีนแบลงค์กันจำนวน 8 นัด , 7 นัด และ แมกกาซีนแบลงค์กัน (แมกกาซีนแปลง) จำนวน 2 อัน
3.ยาเสพติดประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) จำนวน 8 ซอง
4.อุปกรณ์ในการเสพ
ทั้งนี้ก่อน Mission 24 ชั่วโมงจะเกิดขึ้น พล.ต.ต.ธีรเดช ได้รับแจ้งจากหญิงสาวผู้เสียหายว่า "ต้องโดนข่มขืน 25 คน ถึงจะกลับบ้านได้" ด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ หลังจากเธอถูกขบวนการค้ามนุษย์ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงไปตกนรกอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านราว 1 เดือน ก่อนจะหนีกลับมายังประเทศไทยได้อย่างหวุดหวิด และเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่นำมาสู่การสืบสวนสาวไส้ขบวนการนี้
โดยขบวนการนรกนี้เรียกได้ว่า เป็นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์อย่างครบวงจร โดยมีบอสใหญ่ชาวไต้หวันชื่อว่า "อาเหลียง" เป็นหัวหน้าขบวนการ มีออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 8 ตึก อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และได้ส่งคนไทยที่เป็นคนสนิทคือ “นายใหม่” มาฝังตัวอยู่ในประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายหาคน โดยหาจากในกลุ่มหางานตาม Tiktok Facebook ก่อนแชทสนทนาไปเจรจาเพื่อเฟ้นหา ผู้ที่เหมาะสม และจะไปรับและส่งพาข้ามประเทศไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของอาเหลียงในประเทศเพื่อนบ้าน
แต่ที่เลวร้ายคือ หากเป็นหญิงสาวที่หน้าตาดี จะถูกส่งไปทำ "อย่างอื่น" ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นนรกบนดินอย่างแท้จริง ซึ่งเหยื่อรายล่าสุดเธอได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองได้ถูกข่มขืนไปกว่า 25 ครั้ง จึงจะสามารถหนีกลับประเทศมาได้ และยังให้ข้อมูลอีกว่าปัจจุบัน นายใหม่ ยังคงหลบซ่อนตัวและวนเวียนอยู่ในพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ คอยส่งคนออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอยู่เช่นเดิม
พล.ต.ต.ธีรเดช และทีมสืบสวนจนทราบว่าตัวการคือ นายนภดล หรือ ใหม่ 29 ยอด ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับในคดีค้ามนุษย์ฯ และได้ข้อมูลจากสายข่าวรายงานว่า พบเห็น นายนภดล ได้พาหญิงสาวหน้าตาดี ซึ่งน่าจะเป็นเหยื่อกว่า 2 ราย อยู่ละแวกลาดพร้าว วังหินและมีการบังคับให้เธอทั้งสองเสพยาเสพติด ก่อนจะเตรียมส่งเหยื่อไปตกนรกที่ประเทศเพื่อนบ้าน
สถานการณ์ จึงถูกบีบคั้นด้วยเวลา หากปล่อยถึงรุ่งสางจะต้องมีเหยื่อหญิงสาวถูกส่งไปตกนรกอีก 2 ราย กลางดึกของวันที่ 13 ม.ค. 66 หลังได้ทราบการข่าว พล.ต.ต.ธีรเดช ส่งชุดสืบมือพระกาฬลงพื้นที่โดยเร่งด่วน โดยมีโจทย์เดียว คือ "ต้องหาให้เจอก่อนเช้า" เรียกได้ว่าเป็น Mission Impossible 3 ชั่วโมงนรกของชุดสืบสวน
กระทั่งสามารถจับกุม นายนภดล และสามารถช่วยเหลือหญิงสาว 2 ราย ที่กำลังจะถูกส่งไปบำเรอกามในประเทศเพื่อนบ้าน ได้รอดพ้นขุมนรกอย่างหวุดหวิด จากการบุกจับกุม นายนภดล ได้ที่ห้องพัก พร้อมพบ อาวุธปืนแบงค์กันแปลง (ไทยประดิษฐ์) สีดำ 1 กระบอก พร้อมกระสุน 30 นัด และ ยาไอซ์ จำนวน 8 ซอง
ในชั้นจับกุม นาย นภดล ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า "ตนเองจบการศึกษาระดับ ปวช. ใน จ.กรุงเทพฯ แต่มีพื้นเพเดิมเป็นคน จ.เชียงใหม่ โดยที่ชีวิตเริ่มหักเห ราวปี 2560 ตนเองได้เห็นแฟนสาวมีเพศสัมพันธ์กับพ่อเลี้ยงของตนเอง จึงทำให้กลายเป็นคนสติแตกและพยายามผูกคอตาย
แต่ก็รอดมาราวกับปาฎิหาริย์ เพราะมีโจรมาขโมยมะม่วงที่ต้นไม้ที่ผูกคอพอดี หลังจากนั้นได้เข้าไปอยู่ในเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเวลากว่า 3 ปี ซึ่งเคยทำงานมาในแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาแล้ว 6 แห่ง ในพื้นที่ จ.สีหนุวิล, จ.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา
โดยเคยหลอกลวงมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสายที่ 1 หลอกว่ามีพัสดุ หรือหลอกให้หลงรักแล้วให้เทรดบิตคอยน์ ซึ่งตนเองทำมาหมดเกือบทุกอย่างแล้ว และมีครั้งหนึ่งที่ได้เงินมากที่สุดคือ หลอกให้หญิงคนหนึ่งหลงรัก ซึ่งรอบนั้นหลอกได้เงินจำนวน 10,000,000 บาท
ท้ายสุดก็ได้ไปเจอกับ "อาเหลียง" บอสใหญ่และได้รับมอบหมายหน้าที่ ให้มาอยู่ในประเทศไทย คอยหาคนพาข้ามไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ โดยตนเองจะมีหน้าที่หาคนรวมไปถึงพาไปส่งที่บริเวณชายแดนปอยเปต และหลังจากนั้นบอสก็จะส่งคนมารับพาข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าจ้างจากบอสหัวละ 5,000 บาท
ส่วนยาเสพติดในห้องนั้น มีไว้เพื่อขายให้กับชาวจีน ที่มาเที่ยวในประเทศไทย ส่วนปืนนั้นมีไว้ป้องกันตัวเอง เพราะกลัว อาเหลียง จะมาเอาชีวิตเพราะได้เบี้ยวงานในห้วงหลังๆที่ผ่านมา"
หลังจับกุมตัว ตำรวจได้นำตัว นายนภดล ส่งตัวและนำของกลางที่ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากพยานหลักฐานนั้นมัดแน่นว่า คือหนึ่งในตัวการสำคัญของขบวนการ ที่หลอกลวงให้เหยื่อ ข้ามไปตกนรกอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และยังพบความเชื่อมโยงถึงหัวหน้าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ และยังสืบสวนทราบว่า เป็นหนึ่งในขบวนการยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ลาดพร้าว
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า การหางานที่ต่างประเทศนั้น ต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งมีหน่วยงานทางราชการที่สามารถให้ข้อมูลได้อยู่แล้ว อย่าได้ไปริหางานตามโลกโซเชียล ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญถึงความเป็นความตายในชีวิตของท่าน
และหากพบเห็นที่เข้าข่ายลักษณะขบวนการนี้ สามารถติดต่อให้เบาะแสทาง เฟซบุ๊ก เพจ สืบนครบาล IDMB เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง "แม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที" ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.