ทนายอนันต์ชัย ยืนยันว่า ไม่ใช่ว่าตนอยากดัง สั่งให้ถอยแล้วไม่ถอย แต่การทำงานของตน อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและความเป็นธรรม ไม่ใช่ทำงานตามใจใคร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาหาตนตอนเลือดท่วมตัว ตนในฐานะแม่ทัพก็ต้องออกมารักษาและรบต่อ
ส่วนคนที่วิพากษ์วิจารณ์ตน ถ้าไม่ได้มาร่วมรบด้วย ก็ขออย่ารู้ดีไปกว่าตน ตนทำงานโดยใช้วิชาชีพ และตนไม่เคยพูดว่าคดีนี้จะต้องชนะ ตนทำตามพยานหลักฐาน ตนไม่ใช่ทนายเทวดา ตนมาทำคดีนี้ ก็เพื่อต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฎ
สำหรับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นั้น จากที่ได้พูดคุยกันก็ยังสบายดี เพียงแต่ตนได้กำชับไว้ว่าไม่อยากให้พูดอะไร เพราะพูดแล้วอาจไปกระทบบุคคลอื่น หรือกระทบต่อรูปคดี แต่ไม่ใช่ว่าตนมีอำนาจเหนือกว่า ตนสั่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ได้ แต่ในสนามรบ ตนคือแม่ทัพ ต้องเป็นใหญ่ แต่ถ้าเลิกรบ จบคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ คือฮ่องเต้ก็เป็นใหญ่ จะตัดหัวตนก็ได้
ส่วน "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะชนในวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม นี้ ยืนยันว่า ยังมีอยู่ ทำเอกสารทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว และมั่นใจว่าสิ่งที่จะเปิดเผยไป เปรียบได้กับการ "เด็ดดอกไม้ดอกเดียว สะเทือนถึงดวงดาว" เพราะเรื่องนี้จะกระทบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งหมด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปกระทบกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่หรือไม่นั้น ทนายอนันต์ชัย บอกว่า อันนี้บอกไม่ได้ แต่กระทบเยอะแน่นอน