พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เรียก “น้อยหน่า” ภรรยาน้อยของ "รองอ๊อฟ" เข้ามาสอบปากคำด้วย และอยู่ระหว่างสอบสวน ซึ่งสาเหตุที่ต้องเรียกน้อยหน่ามาสอบปากคำ เนื่องจากน่าจะรู้ข้อมูลเยอะ และมีความใกล้ชิดกับ "รองอ๊อฟ" รวมถึงยังมีข้อมูลว่า "รองอ๊อฟ - น้อยหน่า -แอม" ทั้ง 3 คน เคยไปเที่ยวหัวหินด้วยกัน ดังนั้นเชื่อว่า จะต้องรู้ในรายละเอียด หากพบความผิดหรือความเชื่อมโยง จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย จะไม่มีการกันตัวใครไว้เป็นพยาน เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังบอกอีกว่า วันพรุ่งนี้ (4 พ.ค.) จะเข้าไปพูดคุยกับ "แอม" ในทัณฑสถานหญิงกลาง ด้วยตัวเอง เพราะเชื่อว่า "แอม" น่าจะสำนึกผิดและรู้จักผิดชอบชั่วดีขึ้นบ้างแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างอยู่ในเรือนจำ และพนักงานสอบสวนเข้าแจ้งข้อกล่าวหา และสอบปากคำ "แอม" ให้การยอมรับว่า เป็นคนไปรับ "ทราย มณฑาทิพย์" ผู้เสียชีวิตในเคสพื้นที่ สน.ทองหล่อ ที่สนามบิน
และขณะนี้ ตำรวจสามารถแกะช่วงเวลาที่หายไปของเคสทรายได้แล้ว โดยเคสของทราย อยู่ระหว่างรอสอบความเห็นของแพทย์ เนื่องจากตอนนี้แพทย์ได้เดินทางไปที่ต่างประเทศ และได้นัดสอบปากคำ ให้ความเห็นในวันที่ 9 พ.ค. นี้ ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจได้ภาพการเสียชีวิตของทรายมาแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างให้แพทย์มายืนยัน
ขณะที่การขยายผลเรื่อง "ไซยาไนด์" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ตำรวจมีข้อมูลของผู้ที่สั่งซื้อ "ไซยาไนด์" ทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะทางออนไลน์ ซึ่งมีมากกว่า 100 ราย โดยจะเรียกมาสอบปากคำทั้งหมด หากพบว่าต้องสงสัย เพราะส่วนใหญ่ร้านทอง และภาคอุตสาหกรรม จะนำไปใช้เท่านั้น และหากพบว่า ใครใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็ต้องถูกดำเนินคดี
รวมถึงจะเรียกดารา มาสอบปากคำด้วย เพราะพบว่า มีการสั่งซื้อ "ไซยาไนด์" ไปจำนวน 1 ขวด ซึ่งเป็นล็อตเดียวกับของ "แอม" โดยจะสอบถึงวัตถุประสงค์ ของการสั่งซื้อและการนำไปใช้ ทั้งนี้ยังได้ประสานไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้ออกข้อกำหนดฉุกเฉิน ในการนำเข้าเพื่อป้องกัน ไม่ให้เป็นอันตรายในอนาคต
ยืนยันว่า ไม่หนักใจในคดีนี้ และไม่มีการให้ร้ายใคร ทุกอย่างทำด้วยความเที่ยงตรง ส่วนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น คาดว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะเซ็นภายในวันนี้
ส่วนการรวมสำนวนไปกองปราบนั้น ก็เพราะคดีทั้งหมดตอนนี้มี 15 คดี ซึ่งเหตุเกิดต่างท้องที่ ที่ยังไม่รวม โดยให้แต่ละท้องที่ไปทำคดีให้เรียบร้อยก่อน และเมื่อออกหมายจับครบทั้ง 15 คดีแล้ว ก็จะไปรวมไว้ที่กองปราบ แต่ยังเป็น 15 คดีเหมือนเดิม และพนักงานสอบสวน ยังเป็นของแต่ละท้องที่ แต่รวมมาเพื่อเอาไปฟ้องศาลอาญา เพียงแค่ศาลเดียว เพื่อไม่ต้องไปแยกฟ้องในแต่ละศาล เนื่องจากพยานหลักฐานในแต่ละคดี ก็จะต้องมีความใช้ร่วมกัน เชื่อมโยงกัน
ขณะเดียวกัน ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเคสอีก 2 ราย คือ เคสรองสารวัตร สภ.ภูผาม่าน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และ ส.ต.อ.ในพื้นที่นครปฐม หากตรวจสอบแล้วเกี่ยวข้องกับ "แอม" จะดำเนินคดีทางกฎหมายทันที แต่ถ้าหากไม่เกี่ยวข้อง ทางตำรวจเองจะต้องออกมาอธิบายสังคมให้ได้