ประธานศาลฎีกา ยังกล่าวเน้นย้ำถึงการทำงานของผู้พิพากษาด้วยว่า ในการพิจารณาพิพากษาคดี พึงวินิจฉัยด้วยความละเอียดรอบคอบ มีเหตุมีผลที่ชัดเจน ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ส่วนงานทางด้านธุรการ ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นด่านหน้ามีหน้าที่ต้องบริการประชาชนโดยตรง ก็เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานของศาลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงโครงการจัดประกวดคัดเลือกศาลดีเด่นเพื่อประชาชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ว่าเป็นไปเพื่อให้บุคลากรศาลยุติธรรมมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน ซึ่งในการประกวดครั้งที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2566นี้ มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การแบ่งกลุ่มศาลที่แข่งขัน
โดยในกลุ่มศาลจังหวัดจะแบ่งเป็นศาลจังหวัดที่มีอำนาจพิจารณาคดีแขวง กับศาลจังหวัดที่ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีแขวง และในแต่ละกลุ่มดังกล่าว ก็มีการแยกเป็นศาลที่มีคดีรับใหม่ต่อปีตั้งแต่ 7,000 คดีขึ้นไป กับศาลที่มีคดีรับใหม่ต่อปีน้อยกว่า 7,000 คดี เพื่อให้แต่ละศาลแข่งขันในกลุ่มที่มีลักษณะงานและปริมาณคดีที่ใกล้เคียงกัน โดยจะประกาศผลและมอบรางวัลภายในเดือนกันยายน 2566 จึงขอให้ติดตามเพื่อทราบหลักเกณฑ์ในการแข่งขันและวางแผนเพื่อพัฒนาระบบงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนต่อไป
ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจเยี่ยมศาลดังกล่าว ประธานศาลฎีกาได้พบปะพูดคุยกับผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามส่วนงานต่าง ๆ โดยรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมถึงให้กำลังใจ ในการปฏิบัติงาน และขอให้ทุกคนมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ