ทีมข่าวลงพื้นที่สอบถามวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วินศาลาน้ำเย็น) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมทางรถไฟบางขุนนนท์ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 100 เมตร ระบุว่า ตอนเกิดเหตุเป็นเวลาช่วงหัวค่ำ ซึ่งตอนนั้นพบว่าสภาพการจราจรรถหนาแน่นตามปกติ และเท่าที่่สังเกุตเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต และคนร้าย ขับขี่กันมาตามปกติ ไม่มีการเร่งเครื่อง หรือขับขี่ไล่กวดกันมาแต่อย่างใด
ต่อมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุด จำนวน 7-8 นัด และเงียบหายไปไม่นาน จากนั้นเพียงไม่กี่นาทีได้ยินเสียงปืนดังอีก 4-5 นัด จากนั้นทุกอย่างก็สงบลง จนกระทั่งเห็นว่ามีพลเมืองดีที่อยู่ใกล้เคียงลงไปช่วยเหลือ พร้อมกับรถเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
วิน จยย. รับจ้าง ระบุอีกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเนื่องจากมีการกลับมายิงซ้ำ อย่างไรก็ตามก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวให้มากขึ้น เพราะเกรงจะโดนลูกหลง เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ อยากให้ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ให้มากขึ้น เนื่องจากจุดดังกล่าวมีประชาชนเลิกงานดึก และส่วนใหญ่จะ เป็นผู้หญิง จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย
ทั้งนี้ ตำรวจได้ภาพวงจรปิดในช่วงเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพคนร้ายขับรถประกบยิงผู้ตายจนจักรยานยนต์ล้มลง จนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงวิ่งหนี เพราะตกใจเสียงปืนในชุดแรก จากนั้นคนร้ายได้วกรถกลับไปเพื่อยิงผู้ตายซ้ำจนเสียชีวิต และขี่รถต่อไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ และกลับรถที่หน้าซอยจรัญสนิทวงศ์ 30/1 ไปฝั่งตรงข้าม และขับขี่หนีมุ่งหน้าปิ่นเกล้า
ส่วนภาพวงจรปิดอีกมุมหนึ่งบริเวณก่อนข้ามทางรถไฟ เผยให้เห็นรถคนร้ายที่ขับตามรถผู้ตายมาตั้งแต่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 ในลักษณะการขับขี่ที่ใจเย็น ไม่มีการเร่งเครื่องหรือขับขี่หวาดเสียวแต่อย่างใด ก่อนจะไปก่อเหตุอุกอาจขึ้น
แม่เชิญดวงวิญญาณลูก กลับบ้านจังหวัดเลย
ต่อมาเวลา 18.00 น. หลังจากที่นางอุไรวรรณ มารดาของ นายศตวรรษ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย เพื่อสอบปากคำประกอบสำนวนแล้วเสร็จ ก็ได้เดินเท้าออกมาที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งห่างไปประมาณ 300 เมตร เพื่อทำพิธีอัญเชิญวิญญาณของลูกชายตามความเชื่อ โดยเอาธูป 1 ดอก เทียน 1 เล่ม ผ้า 1 ผืน พร้อมดอกไม้ มาประกอบพิธีช้อนดวงวิญญาณใส่ห่อผ้าเพื่อนำกลับ จ.เลย ก่อนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมร่างลูกชายทันที